สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

คพ. เปิดรับฟังความคิดเห็น ปรับปรุงมาตรฐาน PM2.5 ในบรรยากาศ

14 มกราคม 2564 ณ ศูนย์แก้ปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (Video Conference) เรื่อง การปรับปรุงค่ามาตรฐานฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ในบรรยากาศ โดยมีสำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย  การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคแต่ละจังหวัด นักวิชาการจากหลายสถาบัน ทีมวิชาการสภาลมหายใจเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ในการประชุมมีการนำเสนอภาพรวมสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ย้อนหลัง 7 ปี วิกฤตฝุ่นควันในแต่ละภาค ผลกระทบต่อสุขภาพจากการได้รับ PM2.5 เข้าสู่ร่างกายผ่านการหายใจ และเปรียบเทียบค่ามาตรฐาน PM2.5 ของประเทศไทยที่บังคับใช้มาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี ที่จำเป็นจะต้องมีการแก้ไขปรับปรุงให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ตามความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อลดผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน ถึงเวลาที่ประเทศไทย ควรมีการปรับปรุงมาตรฐานฝุ่นละออง PM2.5 ในบรรยากาศ ค่าเฉลี่ยในเวลา 24 ชั่วโมง จากเดิมใช้เกณฑ์ค่าเฉลี่ยคุณภาพอากาศราย 24 ชั่วโมงจะต้องไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ให้มาเป็นจะต้องไม่เกิน 37 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่าเฉลี่ยในเวลา 1 ปี เดิมจะต้องไม่เกิน 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร มาเป็นจะต้องไม่เกิน 15 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร การดำเนินมาตรการดังกล่าวนี้เป็นไปตามแผนปฏิบัติขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” มาตรการที่ 3 การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษ

ในที่ประชุมได้มีการนำเสนอการศึกษาแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย พบว่ากรุงเทพมหานครและปริมณฑล วิกฤตฝุ่นควัน PM2.5 จะเกิดขึ้นในช่วงของเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม โดยมีแหล่งกำเนิดมลพิษหลักมาจากปัญหาการจราจร โดยเฉพาะรถยนต์ดีเซล โรงงานอุตสาหกรรม และการเผาในที่โล่ง ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน วิกฤตฝุ่นควัน PM2.5 จะเกิดขึ้นในช่วงของเดือนมกราคม-พฤษพาคม แหล่งกำเนิดมลพิษหลักมาจากไฟป่าและการเผาซากชีวมวลจากพื้นที่การเกษตร (ข้าว ข้าวโพด และอ้อย) ปัญหาหมอกควันข้ามแดน และปัญหาการจราจรในเขตพื้นที่เมืองขนาดใหญ่ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง วิกฤตฝุ่นควัน PM2.5 จะเกิดขึ้นในช่วงของเดือนมกราคม-พฤษภาคม แหล่งกำเนิดมลพิษหลักมาจากไฟป่าและการเผาซากชีวมวลจากพื้นที่การเกษตร (ข้าว ข้าวโพด และอ้อย) ปัญหาหมอกควันข้ามแดน และปัญหาการจราจรในเขตพื้นที่เมืองขนาดใหญ่ และภาคใต้วิกฤตฝุ่นควัน PM2.5 จะเกิดขึ้นในช่วงของเดือนกรกฎาคม-กันยายน แหล่งกำเนิดมลพิษหลักมาจากไฟไหม้ปาพรุและฝุ่นควันข้ามแดนจะประเทศเพื่อนบ้าน

การเปรียบเทียบค่ามาตรฐานฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงของประเทศไทยและต่างประเทศ ปัจจุบันประเทศไทยใช้เกณฑ์ค่ามาตรฐานฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จัดอยู่ในกลุ่ม Interim Target 3 เทียบเท่าฟิลิปปินส์ เวียดนามและฮ่องกง และเมื่อเปลี่ยนค่ามาตรฐานฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ใหม่เป็น 37 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่ามาตรฐานฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงของประเทศไทยจะขยับขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม Interim Target 2 อยู่ในเกณฑ์เดียวกับสิงค์โปร์ มาเลเซีย จีน(Class1) สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้และแคนนาดา และในอนาคตมีเป้าหมายที่จะขยับเกณฑ์ค่ามาตรฐานฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ให้เป็นไปตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO Guideline)

การเปิดให้แสดงความคิดเห็น ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ มองไปในทิศทางเดียวกัน คือเห็นด้วยและต้องการให้มีการปรับลดค่ามาตรฐานฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ให้ต่ำลง เป็น Interim Target-3 ที่จะเข้มงวดขึ้น และเป็นประโยชน์กับประชาชน ขณะเดียวกันต้องการให้กรมควบคุมมลพิษ จัดทำแบบจำลองในแต่ละมาตรการ โดยให้คำนึงถึงสถานการณ์ฝุ่นควันในประเทศ ที่แต่ละช่วงมีความแตกต่างกัน ไม่ได้เท่ากันตลอดทั้งปี ซึ่งจะทำให้เห็นเป้าหมายและรูปแบบได้ชัดขึ้น รวมไปถึงรายงานการศึกษาและการอ้างอิงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยอธิบายสร้างความเข้าใจ และบอกเหตุผลความจำเป็นในการปรับปรุงฯ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ จะเป็นประโยชน์ในการศึกษา และงานวิชาการระดับสากลได้อีกด้วย

ก่อนจบการรับฟังความคิดเห็น นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการทำงานในพิจารณาข้อมูล ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น โดยเฉพาะการวิเคราะห์โมเดลในแต่ละแนวทางและมาตรการ ว่าหากทำแล้ว สิ่งไหนจะเป็นประโยชน์และดีขึ้นรวมไปถึงมาตรการอะไร ที่ควรสนับสนุน หรือผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ก่อนจะรวบรวมเป็นแนวทางสำหรับจัดทำข้อมูลเพื่อยกร่างประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เรื่อง การกำหนดค่ามาตรฐานฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ในบรรยากาศโดยทั่วไป และจะเปิดรับฟังความคิดในครั้งต่อไป

ข่าวโดย WEVO สื่ออาสา / ทีมวิชาการ สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin