สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

คำตอบ..อยู่ในหมู่บ้าน เวทีความร่วมมือสนับสนุนชุมชนจัดการไฟป่าลดฝุ่นควัน

8 ตุลาคม 2563 ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ผู้นำชุมชนตำบลทาเหนือ-ตำบลแม่ทา สสส. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน กรมป่าไม้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นักวิชาการด้านกฏหมาย คณะนิติศาสตร์ ม.เชียงใหม่ สภาลมหายใจเชียงใหม่ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และมูลนิธิส่งเสริมการออกแบบอนาคตประเทศไทย ร่วมลงนาม MOU และพูดคุยแลกเปลี่ยน หาแนวทางการสนับสนุนการบริหารจัดการไฟป่า ในปี 2564 เพื่อใช้เป็นแนวทางการดำเนินการร่วมกัน ผ่านการนำเสนอวิธีการบริหารจัดการไฟ และอุปสรรคปัญหา ในพื้นที่ อบต.แม่ทา อบต.ทาเหนือ ในช่วงหลายที่ผ่านมา

นายกนกศักดิ์ ดวงแก้วเรือน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

นายกนกศักดิ์ ดวงแก้วเรือน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ระบุว่า หนึ่งในบทเรียนสำคัญ คือความผิดพลาด จากปี 2545 เป็นการจัดการแบบห้ามเผา ไม่ให้เกิดไฟโดยเด็ดขาด หรือห้ามชิงเผา แต่เมื่อเข้าปีที่ 5 ในพื้นที่เกิดไฟป่า เราพบว่าต้นไม้จำนวนมากที่กำลังจะเติบโต ถูกไฟไหม้ตายทั้งหมด ทำให้ต้องกลับมาทบทวนกันใหม่ ว่าตรงไหนที่ควรไหม้ ก็ควรไหม้ ตรงไหนไม่ควรไหม้ ก็อย่าให้เกิดไฟ เพื่อใช้เป็นแนวทาง ซึ่งวันนี้เรามีแผน และรู้แล้วว่า พื้นที่ไหนควรมีการจัดการเชื้อเพลิง หรือการชิงเผาเมื่อไหร่ หรือต้องดูแลอย่างไร

“เราใช้วิธีการชิงเผา ก่อนที่จะไม่ให้เผา ในรุ่นพ่อรุ่น หรือรุ่นก่อนๆนั้น ทุกคนคิดว่าไฟ เป็นเรื่องที่อันตรายสำหรับป่าชุมชน เพราะกลัวว่าป่าไม้จะไม่อุดมสมบูรณ์ มีผลต่อทรัพยากร และอาจไม่ได้ใช้ประโยชน์จากไม้ แต่ในรุ่นของผม มันเป็นเรื่องของการบริหารจัดการ เรามีบทเรียนแล้วว่า การชิงเผาช่วยรักษาต้นไม้ ได้ดีกว่าการปล่อยให้มีปริมาณเชื้อเพลิงสะสมจำนวนมาก แล้วเกิดการไหม้ภายหลัง ซึ่งก็ตรงนักวิชาการหลายท่าน ที่บอกว่า ไฟก็มีประโยชน์ หากเป็นการเผาอ่อนๆ และมีการจัดการที่ดี ขณะเดียวกันป่าในบางจุด ที่ตอบสนองเศรษฐกิจชุมชน เช่น เป็นพื้นที่เก็บเห็ดถอบในแต่ละปีของชาวบ้าน ถ้าเราบอกว่าอย่าเผา ชาวบ้านบางคนเขาก็ไม่ฟัง กลับกันถ้าบอกว่า จะมาช่วยกันอย่างไร หรือจะเผาแบบไหนไม่ให้เกิดปัญหา มีขอบเขต ไม่ให้ลุกลาม ชาวบ้านเขาพร้อมที่จะเข้ามามีส่วนร่วม”

นายก อบต.แม่ทา ระบุ
นายดุลย์ฤทธิ์ ฤทัยวรุณรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้

นายดุลย์ฤทธิ์ ฤทัยวรุณรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ระบุว่า ตลอดการทำงาน 10 กว่าปี ในการแก้ปัญหาไฟป่า ถือว่าเรามาไกลพอสมควร ที่เห็นได้ชัด คือความร่วมมือ จากการกระจายอำนาจ และการเปิดให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม ตามรัฐธรรมนูญ 2540 โดยหนึ่งในเป้าหมายที่กรมป่าไม้ขับเคลื่อน คือการถ่ายโอนงาน โดยเฉพาะเรื่องการดูแล และจัดการไฟป่าในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ให้กับ อปท.ที่มีพื้นที่ป่าทั่วประเทศ

“ปัจจุบันในเชิงนโยบาย ส่วนตัวได้รับมอบหมายจากผู้บริหาร ให้ผลักดันและขับเคลื่อนสิ่งที่เป็นปัญหาอุปสรรค เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถขับเคลื่อนภารกิจต่อได้ เช่น แก้ปัญหาข้อจำกัดของระเบียบกฏหมาย ที่ทำให้ท้องถิ่นไม่สามารถเบิกจ่ายงบประมาณดำเนินการได้ ล่าสุดตอนนี้ได้ทำข้อเสนอผ่านกระทรวงทรัพย์ฯ ไปยังกระทรวงมหาดไทย ให้มีการแก้ไขข้อระเบียบที่เป็นปัญหาแล้ว เช่น การอุดหนุนเงินให้กับชุมชน ซึ่งปีนี้กรมปกครองส่วนท้องถิ่น รับปากกับคณะกรรมการกระจายอำนาจฯ ว่าจะแก้ไขระเบียบให้แบ้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้ ส่วนเรื่องงบประมาณ ทางกรมป่าไม้มีเป้าหมายให้ทางท้องถิ่น ขอรับการสนับสนุนงบกลางในปีนี้ โดยทางนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ทางสำนักนโยบายนายกรัฐมนตรีฯ จัดประชุม และคุยกันว่า ในปี 2564 นี้ เราจะทำอะไรได้บ้าง ซึ่งได้มอบหมายให้ทางถิ่นไปคิดมา ซึ่งส่วนตัวได้ชี้เป้าหมายชุมชนติดป่าสงวนแห่งชาติ 17,000 กว่าชุมชน ให้ท้องถิ่นแต่ละพื้นที่ ไปของบประมาณเพื่อขับเคลื่อนในปีนี้ และล่าสุด ทางกรมป่าไม้ เพิ่งได้รับข้อสั่งการ ให้ทำข้อเสนอของบกลางเช่นกัน ซึ่งก็ได้ทำข้อเสนอ ขอชุดดับไฟให้กับแต่ละตำบลๆ ละ 1 ชุดปฏิบัติการ (ราว 15 คน) ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของท้องถิ่น ในการเตรียมวางแผน ก่อนจะมีการจัดทำคำขอโดยตรง จากงสำนักงบประมาณ ในปี 2565”

ผอ.ส่วนควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ระบุว่า
นายไพรัช ใหม่ชมภู รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่

นายไพรัช ใหม่ชมภู รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า การทำงานในช่วงที่ผ่านมา เราพบว่าหนึ่งในทางออกของการแก้ปัญหา คือคำตอบอยู่ที่หมู่บ้าน งบประมาณต้องไปถึงมือท้องถิ่น ก่อนที่ไฟจะมา อย่างน้อยภายในเดือนมกราคม เบื้องต้นแต่ละหมู่บ้าน อาจจะได้รับการสนับสนุน ราว 30,000-50,000 บาท ขึ้นอยู่กับพื้นที่ป่า ซึ่งแนวทางนี้ ได้มีการนำเสนอต่อผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ แล้ว

“เชียงใหม่ มี 2,066 หมู่บ้าน พบว่ามี 1,800 หมู่บ้าน ที่อยู่ในเขตป่า และมีแผนการจัดการฯ ส่วนเงินที่จะลงไป จะให้เป็นเงินอุดหนุน เพื่อให้หมู่บ้านจัดการกันเองตามแผน แล้วรายงานให้ทราบว่าเอาไปทำอะไรแบบไหน ซึ่งเงินอุดหนุนจาก อบจ. อบต. และเทศบาล ปีนี้จะลงตรงไปยังคณะกรรมการหมู่บ้าน ไม่ผ่านส่วนราชการอย่างที่เคยเป็นมา หากทาง ผู้ว่าราชการฯ อนุมัติให้ดำเนินการ ทาง อบจ.จะรีบทำหนังสือ แจ้งไปยัง อบต. และ เทศบาล ทุกแห่งทันที เพื่อให้สามารถอุดหนุนเงินไปยังหมู่บ้านได้ “

รองนายก อบจ.เชียงใหม่ กล่าวย้ำ
นายมณเฑียร เจริญผล รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

นายมณเฑียร เจริญผล รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ระบุว่า ยอมรับว่ากฏระเบียบการใช้เงินค่อนข้างเยอะ เมื่อเป็นเงินทดลองราชการ การจะใช้ต้องเป็นไปตาม พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งจะต้องมีการประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยก่อน (พื้นที่และระยะเวลา) ตามมาตรา 20 และ 21 ของ พรบ.ฯ โดยปัญหาของเชียงใหม่ คือหลายฝ่ายยังห่วงว่า ว่าจะกระทบต่อภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว แต่ที่เราอยากบอก คืออาจจะไม่จำเป็นต้องประกาศฯ ทั้งจังหวัด แต่ทางผู้ว่าราชการฯ จะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อจัดทำแผน และมีความชัดเจน ว่าจะให้ท้องถิ่นทำอะไรบ้าง เพื่อให้ท้องถิ่นนำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติได้

“ผมอาจจะไม่มองเรื่องท่องเที่ยว แต่ผมมองว่าหากประกาศเขตภัยพิบัติ ก็เป็นเรื่องดี เช่นการสูญเสียอาสาดับไฟ 7 คนในช่วงที่ผ่านมา หากมีการประกาศฯ ครอบครัวพวกเขา จะได้เงินช่วยทำศพ ราว 30,000 บาท แต่เมื่อไม่มีประกาศฯ ก็กลายเป็นปัญหาไม่สามารถเบิกจ่ายได้ ทั้งค่าทำศพ และค่ารักษาพยาบาล เพราะฉะนั้นต้องช่างน้ำหนัก ว่าเราควรจะให้ความสำคัญเรื่องไหน ซึ่งผมขอไม่ก้าวล่วงอำนาจของท่านผู้ว่าราชการฯ”

รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ระบุ

นายบัณรส บัวคลี สภาลมหายใจเชียงใหม่ ระบุว่า สำหรับข้อแนะนำ จากรองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ถือเป็นทางรอดเฉพาะหน้าในช่วงที่กำลังจะมีการเปลี่ยนผ่าน ส่วนระเบียบใหม่ ที่จะยกระดับการแก้ปัญหาในการอุดหนุนเงินไปให้หมู่บ้าน จะต้องไม่เข้มงวดมาก ว่าจะต้องไปลาดตระเวร 8 ครั้ง 10 วัน ระยะทางกี่กิโลเมตร ทำแนวกันไฟยาวเท่าไหร่ ซึ่งจะต้องให้เขาบริหารเองอย่างอิสระ

“ปัญหาของผมที่ฟังมา มีระเบียบ 4 ระเบียบ เงินอุดหนุนเป็นช่องทางเฉพาะหน้า แต่ในระยะยาว หากมีการเปลี่ยนเนื้องานของหมู่บ้าน จะกลายเป็นงบประมาณรูทีน แต่หมวดที่ว่าเป็นหมวดอุดหนุน ซึ่งจะต้องนำไปอุดหนุด หากมีการเปลี่ยนโหมดภารกิจในการบริหารจัดการไฟของภาคเหนือไปแล้ว เครื่องมือหลักของเรา อาจจะไม่ใช้ตามระเบียบ ของพรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฯ ซึ่งอาจจะต้องใช้เครื่องมือใหม่ หรือ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการกระจายอำนาจ ที่จะสร้างภารกิจใหม่ ภายใต้อำนาจใหม่ แล้วบอกว่าเป็นเงินงบประมาณประจำปีของหมู่บ้านไปเลย”

นายบัณรส กล่าว

ชมคลิปเวทีความร่วมมือ สนับสนุนชุมชนจัดการไฟป่าลดฝุ่นควัน ย้อนหลัง

🔴 Live – เวทีความร่วมมือ สนับสนุนชุมชนจัดการไฟป่าลดฝุ่นควัน

🔴 Live – เวทีความร่วมมือ สนับสนุนชุมชนจัดการไฟป่าลดฝุ่นควัน8 ตุลาคม 2563 เริ่ม 09.30 น.สดจาก อบต.แม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ทางเพจ #สภาลมหายใจเชียงใหม่

โพสต์โดย สภาลมหายใจเชียงใหม่ เมื่อ วันพุธที่ 7 ตุลาคม 2020

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin