สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

ตั้งเก๊า…สภาลมหายใจพะเยา ขับเคลื่อนแก้ปัญหาไปฟ่าและฝุ่นควันภาคเหนือ

7 สิงหาคม 2563 ณ ห้องประชุมหอการค้าจังหวัดพะเยาะ สภาลมหายใจเชียงใหม่ ร่วมประชุมปรึกษาหารือแนวทางการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันจังหวัดพะเยา กับเครือข่ายภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ นักวิชาการ เครือข่ายภาคประชาชน ในพื้นที่ เพื่อหารือการแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันที่ต้องเผชิญร่วมกันทุกปีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจอย่างหนัก โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ที่เป็นช่วงวิกฤติ ขณะที่การแก้ปัญหาของภาครัฐ จนถึงวันนี้ยังไม่มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรม

คุณแสงวรรณ มณีวรรณ ประธานมูลนิธิไว.เอ็ม.ซี.เอ.กรุงเทพฯ สาขาพะเยา ระบุว่า การมาพบปะกันครั้งนี้ เป็นเพียงการพูดคุยกันกลุ่มเล็กๆ ซึ่งยังไม่ครบทุกฝ่าย แต่จะเป็นการช่วยกันตั้งต้น ร่วมกันคิดแผนการทำงาน เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นควันของในจังหวัด ผ่านองค์ความรู้ของแต่ละเครือข่าย ซึ่งมีต้นทุนอยู่พอสมควร ซึ่งที่ผ่านมาหลายจังหวัด ได้เริ่มกันไปแล้ว และพร้อมจะทำงานเชื่อมโยงกับจังหวัดอื่นๆ “ลำพังแค่จังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง แก้ปัญหานี้ไม่ได้ ขณะที่การทำงานในช่วงที่ผ่านมา แม้จะมีบางส่วนที่เชื่อมโยงกันบ้างแล้ว แต่ภาพรวม ยังต่างคนต่างทำ ถึงเวลาที่ต้องมาเชื่อมและร่วมกันขับเคลื่อนไปด้วยกัน” คุณแสงวรรณ ระบุ

ในการประชุม มีพูดคุยถึงสถานการณ์ปัญหาความรุนแรงและผลกระทบของปัญหาฝุ่นควันในพื้นที่ จ.พะเยา ช่วง1-2 ปีที่ผ่านมา วิถีชีวิตของผู้คน สาเหตุ ปัญหา ผลกระทบ การทำงาน รวมถึงแผนโครงการที่กำลังทำอยู่ ของแต่ละเครือข่าย ซึ่งเห็นพ้องตรงกันว่า ควรจะมีพื้นที่กลาง ที่รวมกลุ่มต่างๆ ขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง จะไม่รอแก้ปัญหาแค่ในช่วง 3 เดือนที่เกิดวิกฤติ โดยจะขอสภาลมหายใจเชียงใหม่ มาเป็นพี่เลี้ยงในช่วงเริ่มต้นนี้

นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานคณะกรรมการอำนวยการ สภาลมหายใจเชียงใหม่ ได้เล่าถึงการรวมตัวกันของภาคีเครือข่าย ในนามสภาลมหายใจเชียงใหม่ตลอดช่วงที่ผ่านมา การแบ่งฝ่ายตามความถนัดของแต่ละส่วนงาน ที่วันนี้เริ่มเห็นทิศทาง ทั้งการเดินหน้ารณรงค์ และการผลักดันให้เกิดการแก้ปัญหาที่ชัดเจนขึ้น แทนการนั่งรอดูภาครัฐแก้ปัญหา ซึ่งไม่เคยประสบความสำเร็จ “ต้องยอมรับว่า 14 ปีที่ผ่านมา ลำพังแค่ภาครัฐแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันไม่ได้ ทำแค่เฉพาะหน้า ในช่วงมาตรากรห้ามเผา 3 เดือน ใช้อำนาจสั่งการจากบนลงล่าง โทษกันไปโทษกันมา และที่สำคัญ คือขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งเชื่อว่าเป็นแบบเดียวกันทุกที่ การเรียกร้องให้ชุมชนหยุดเผา วันนี้ต้องมีทางออกให้เขาด้วย ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ฯ ก็ต้องเปลี่ยนให้เป็นความร่วมมือให้ได้ ทุกคน ทุกภาคส่วนล้วนมีความสำคัญ การขับเคลื่อนที่จะเปลี่ยนแปลงได้ ต้องมีการกำหนดแผนการทำงานร่วมกันที่ชัดเจน ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว  ไปพร้อมๆกับการสื่อสารสาธารณะ ใช้งานข้อมูลวิชาการเป็นฐานในการขับเคลื่อน เชื่อมโยง EVENT ให้เป็น MOVEMENT ปัญหานี้มันใหญ่มาก จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีเจตจำนงค์ร่วมกันที่ชัดเจน” ประธานฯสภาลมหายใจเชียงใหม่ ระบุ

นายบัณรส บัวคลี่ สภาลมหายใจเชียงใหม่ ระบุว่า การทำงานของแต่ละจังหวัด ล้วนแตกต่างกันไปตามบริบทปัญหา ขณะที่ภาพใหญ่ วันนี้การแก้ปัญหายังมีงานอีกมากมาย ที่ยังรอให้มาร่วมกันแก้  โดยเฉพาะงานนโยบาย ที่ต้องการเจตจำนงค์ของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลต้องเอาจริง เช่นการผลักดัน พระราชบัญญัติการบริหารจัดการเพื่อความสะอาดของอากาศ หรือ พรบ.อากาศสะอาด การรวบรวมความคิดของผู้คนจากกลุ่มต่างๆประมวลเป็นข้อมูลความรู้ในเชิงนโยบายสาธารณะ ขณะที่ด้านปฏิบัติการ จะเน้นที่การป้องกัน ไม่ใช่การตั้งรับ ไม่ใช่แค่เกิด hotspot ก็ส่งคนไปดับ แต่จะเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ให้มีองค์ความรู้และเข้าใจด้วย ร่วมถึงการผลักดันให้ อปท.เข้ามาเป็นกลไกล การเปลี่ยนแปลงการผลิต ที่วันนี้เริ่มมีความหวัง จากการปลูกข้าวโพดบนดอยสูง เป็นการผลิตอย่างยั่งยืน ซึ่งปีนี้การขับเคลื่อนงานหลายด้าน มีความแตกต่างไปจากปีก่อนๆมาก  ขณะที่การรณรงค์ข้อมูลความรู้ด้านวิชาการ ถือเป็นอีกส่วนที่สำคัญอย่างมาก “ต้องยอมรับว่าหลายเรื่อง คนยังไม่รู้เลย หน่วยงานภาครัฐเอง ก็ยังไม่เข้าใจ ทั้งที่เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องรู้ เช่นเครื่องวัดคุณภาพอากาศที่แม่ต๋ำ เพียงสถานีเดียวของจังหวัดพะเยาะ จะอธิบายภาพรวมทั้งจังหวัดไม่ได้ ทั้งๆที่ฝั่งขวา ที่ติดจังหวัดน่าน ซึ่งถือเป็นแหล่งมลพิษจากการเผาที่สำคัญ ทำไมถึงไม่มีสถานีตวรจวัดฯ ตั้งในหลายๆจุด จริงๆเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ชาวชาวพะเยา ควรจะเรียกร้อง” นายบัณรส ระบุ

ในช่วงท้ายของ ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า จะนำแผนการทำงานไปพูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา อบจ. และเทศบาลในพื้นที่ต่างๆ กำหนดประเด็นให้ชัดเจน มีวาระร่วม เป้าหมายร่วมแล้วปฏิบัติการ โดยตั้งต้นจากข้อมูลพื้นที่ ปักธงให้ชัดเจน จะสนับสนุนขบวนสภาองค์กรชุมชนในการทำงานพื้นที่ เสนอเป็นวาระจังหวัด เช่น การลดฝุ่นควัน ไฟป่า เพิ่มพื้นที่สีเขียว ทำเกษตรแบบยั่งยืน การจัดการไฟป่า ทำแนวกันไฟ การบริหารเชื้อเพลิง เป็นต้น การออกแบบกระบวนการขับเคลื่อนร่วมกัน การหากองเลขาฯในการประสานงานและการจัดการข้อมูล ก่อนจะจัดการเปิดตัวคลิกอ๊อฟ “สภาลมหายใจพะเยา” ประกาศเจตนารมณ์ในการสู้ฝุ่นควัน ไฟป่า สร้างลมหายใจเดียวกัน เบื้องต้นจะดึงภาคีอื่นๆ ที่มีความสนใจ เข้ามาร่วมทำงานเพิ่ม โดยและนัดประชุมทำความเข้าใจอีกครั้ง วันที่ 5 กันยายน 2563 ที่จะถึงนี้ และพร้อมจะเชื่อมการทำงานกับกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ ในนามสภาลมหายใจภาคฯต่อไป/

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin