สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

นายก อบต.โป่งน้ำร้อน อ.ฝาง “ปัญหาดับไฟอยู่ที่ระเบียบกับงบประมาณ”

เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา บัณรส บัวคลี่ สภาลมหายใจเชียงใหม่ มีโอกาสคุยกับ พนัสบดินทร์ กันตวัฒธสกุล นายกอบต. โป่งน้ำร้อน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เกี่ยวกับการเตรียมการรับมือฤดูการเผา ไฟป่าและฝุ่นละออง

อบต.แห่งนี้เป็นพื้นที่ปกครองท้องถิ่นขนาดเล็ก ล้อมรอบด้วยป่าเป็นส่วนใหญ่ มีเจ้าหน้าที่ด้านป้องกันสาธารณภัยเพียงสองคน ที่ส่งไปร่วมบูรณาการกับหน่วยอื่นๆ เพื่อดับไฟในพื้นที่ตำบล  แต่ก็น่าสนใจที่มีการจัดการที่ดี เมื่อปีที่ผ่านมา ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ฝ่าย ปภ.ของ อบต. ได้ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มอาสาสมัครเรียกว่า กลุ่มอาสาป้องกันดับไฟป่าโป่งน้ำร้อน

ได้ร่วมกันทำเขตอนุรักษ์ป้องกันไฟชึ้นมา อบต. แห่งนี้ก็เหมือนกับ อปท.แห่งอื่น ตรงที่มีปัญหาความชัดเจนเรื่องอำนาจหน้าที่และงบประมาณให้ไปป้องกันและดับไฟไม่เพียงพอ

การตั้งกลุ่มอาสาดับไฟ

กลุ่มอาสาป้องกันดับไฟป่าโป่งน้ำร้อน ตั้งขึ้นจากความต้องการของชาวบ้านและมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันของ อบต. เข้าร่วม ถือเป็นกิจกรรมร่วมระหว่างอบต.กับชาวบ้าน นายกฯ พนัสบดินทร์ บอกว่า สืบเนื่องจากอบต.มีขนาดเล็กงบประมาณน้อย ไม่สามารถสนับสนุนหน่วยอาสาดับไฟของชาวบ้านได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะมีข้อจำกัดในระเบียบการเบิกจ่าย ย้อนไปสองปีก่อนหน้า อบต.แทบจะขยับทำอะไรนอกภาระหน้าที่ไม่ได้เลย หน้าที่ลดตระเวณและไปช่วยดับไฟใช้คนของ อบต. 2 คนที่เป็นเจ้าหน้าที่โดยตรงใช้ชาวบ้านไม่ได้  แต่ในทางปฏิบัติทางฝ่ายปกครอง พ่อหลวง(ผู้ใหญ่บ้าน)พ่อกำนันเป็นฝ่ายที่มีกำลังชาวมากกว่า ถือเป็นทีมเดียวกันและก็ไม่มีเงินเดือนหรือสวัสดิการอะไร การตั้งกลุ่มอาสาทางหนึ่งคือให้เกิดมีช่องทางขอรับบริจาคโดยประชาชนกับประชาชนโดยตรง ที่จริงการทำงานนั้นเกิดตั้งแต่ก่อนไฟมาแล้ว กำนันผู้ใหญ่บ้านจะเรียกคนหาของป่าไปคุย อะไรประมาณนี้ ซึ่งการทำงานนั้นไม่ได้เกิดเฉพาะในช่วงที่มีไฟ มีช่วงเตรียมป้องกัน มีช่วงทำแนวกันไฟ

ปัญหาหลักคืองบประมาณ

การออกไปดับไฟที่ทำๆ กันมา คือ หาเงินจากภายนอกหาช่องทางอื่นที่ได้เงินมาให้กับชาวบ้าน เพราะว่าระเบียบอบต.มันติดขัดหลายอย่าง วิธีที่ทำคือใช้อปพร.เบิก โดยใช้ระเบียบการเดินทางไปราชการ ทั้งๆ ที่ภาระแท้จริงคือเดินทางไปลาดตระเวณและดับไฟในป่า ไม่ได้ไปราชการที่ไหนอื่น ข้อจำกัดการงบประมาณของอบต.น้อยมาก แต่มีภาระอื่นมาก ช่วงห้ามเผาเกินสองเดือน เราไม่สามารถหางบประมาณใช้เพื่อภารกิจนี้ได้ นายกฯพนัสบดินทร์ เล่าว่า มีอยู่ปีหนึ่ง (น่าจะประมาณปี 2560) มีงบประมาณลงให้ทุกหมู่บ้านที่มีเขตติดต่อกับพื้นที่ป่า ปรากฎว่าปีนั้นไฟน้อย แต่หลังจากนั้นไม่ทราบเกิดอะไรขึ้นงบประมาณอุดหนุนตรงหมู่บ้านหายไปเลย การจะให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมและช่วยป้องกันไฟเขาก็ต้องมีกินให้อิ่มท้องก่อน

สามประสาน ชาวบ้าน ท้องที่ ท้องถิ่น

นายกอบต.โป่งน้ำร้อน ให้ความเห็นว่า การทำงานให้ได้ผล เริ่มจากท้องที่คือกำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นฝ่ายที่มีกำลังคน (แต่ไม่มีงบประมาณ) ฝ่ายต่อมาคือท้องถิ่น แต่ก็ติดระเบียบต่างๆ และมีคนน้อย และสุดท้ายคือชาวบ้านต้องเอาด้วย เป็นสามประสาน ในทางปฏิบัติมีเงินให้หมู่บ้านละหนึ่งหมื่นบาทพอให้เขามีข้าวกินก็พอทำงานได้ ที่ผ่านมา มีการถ่ายโอนภารกิจไฟป่ามาให้แต่ไม่มีงบประมาณให้ การทำงานจึงยังติดขัดอยู่ ปีนี้น่าจะมีอะไรที่ดีกว่าปีก่อนหน้า ได้ยินจากนายอำเภอว่าจะพยายามหางบประมาณมาให้  และก็มีการบริจาคซื้อประกันภัยจากภาคประชาชนภายนอกช่วยอาสาสมัคร เป็นความแตกต่างจากปีก่อนหน้า

ทีมข่าว WEVO สื่ออาสา รายงาน

รายละเอียดคลิกดูคลิปสัมภาษณ์


Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin