สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

“ปลูกต้นไม้ เพื่อถิ่น รักป่า รักน้ํา เพื่อแผ่นดิน”

11 กันยายน 2563 องค์การบริหารส่วนตําบลสันป่ายาง ประชาชนสันป่ายาง สภาลมหายใจเชียงใหม่ สมาคมยางนา-ขี้เหล็กสยาม และภาคีที่เกี่ยวข้อง ร่วมกัน ปลูกต้นยางนา จํานวน 75 ต้น ทองอุไร 100 ต้น และต้นเหลืองอินเดีย 100 ต้น เพื่อแสดงพลังและความร่วมมือในการส่งเสริมการปลูกต้นไม้ตามแนวถนน เพื่อลดปัญหาฝุ่นควัน และพัฒนาการท่องเที่ยว โดยชุมชนท้องถิ่น ภายใต้โครงการ“ปลูกต้นไม้ เพื่อถิ่น รักป่า รักน้ํา เพื่อแผ่นดิน” โดยมี นักเรียน จากโรงเรียนสันป่ายางวิทยาคม โรงเรียนสันป่ายางวิทยาคาร
และนักศึกษา จากมหาวิทยาลัยเเม่โจ้ กว่า 30 คน เข้าร่วมกิจกรรมด้วย

นายเฉลิมพล อุ่นใจคำ กำนัน ตำบลสันป่ายาง ระบุว่า สถานการณ์ไฟป่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สันป่ายางไม่ค่อนรุนแรง เกิดเพียงไม่กี่จุด ส่วนหนึ่งมาจากความร่วมมือของชุมชน ที่ช่วยกันสอดส่องดูแล ผลัดเปลี่ยนกันลาดตระเวน และมองว่าไฟป่าฝุ่นควัน เป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญ เพราะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ของทุกคนทุกวัย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การรณรงค์ปลูกฝังอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะแค่ช่วงที่เกิดวิกฤติ วันนี้เห็นได้ชัดเจนว่า ชาวบ้านเริ่มเข้าใจ และปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตได้

“ต้นยางนา อายุ 7-8 ปี จำนวน 75 ต้น ที่ทาง “เขียวสู้ฝุ่น”ได้รับการบริจาค และนำมาปลูกที่นี่ เชื่อว่าอีก 5 ปี ข้างหน้า จะให้ความร่มรื่นและอุดมสมบูรณ์กับที่นี่ ชาวบ้านจะช่วยกันดูแลรักษาอย่างเต็มที่” กำนัน ตำบลสันป่ายาง กล่าว

คุณปลายอ้อ ทองสวัสดิ์ สภาลมหายใจเชียงใหม่ ระบุว่า สำหรับกิจกรรมวันนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างชุมชมท้องถิ่น 2 ชุมชน คือ บ้านป่าเลา ภูดิน ต.แม่หอพระ กับ บ้านสันป่ายาง ต.สันป่ายาง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ กับภาคราชการ และภาคีเครือข่ายด้านอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งหนึ่งในนั้น คือโครงการเขียวสู้ฝุ่น ภายใต้การสนับสนุน ของสภาลมหายใจเชียงใหม่ และมูลนิธิเพื่อลมหายใจ ซึ่งคาดหวังต่อจากนี้ จะจับมือเชื่อมความสัมพันธ์ และทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะลดพื้นที่การเกิดไฟป่า และแก้ปัญหาในรูปแบบที่ยั่งยืนต่อไป

สําหรับสันป่ายาง ซึ่งมีต้นทุนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม น้ำ ดิน ป่า ที่อุดมสมบูรณ์ มีต้นยางนาขนาดใหญ่ปรากฏให้เห็นเป็นสัญลักษณ์อยู่บริเวณวัดสันป่ายาง และกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของตําบลสันป่ายาง เชื่อว่าจะช่วยเสริมสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศของจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพื้นที่สีเขียวที่เหมาะสมกับภูมินามและสภาพภูมินิเวศของท้องถิ่น

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin