สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

ผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่น PM2.5

รวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลโดย : ชนกนันทน์ นันตะวัน และ ภูวมินทร์ อินดี

ฝุ่น PM2.5 หรือฝุ่นละเอียด (Fine Particle) มีอนุภาคขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5 ไมครอนหรือ เล็กกว่าหรือเทียบเท่า 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ ฝุ่น PM2.5 จากแหล่งกําเนิดสามารถแขวนลอยในอากาศ และเคลื่อนที่ไปได้ไกลกว่า 100-1,000 กิโลเมตร เมื่อฝุ่น PM2.5 เข้าสู่ร่างกายของมนุษย์ผ่านทางระบบหายใจจะทําให้กระบวนการทํางานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายเกิดความผิดปกติและเพิ่มความเสี่ยงในการเจ็บป่วยหรือเป็นโรคได้ ด้วยเหตุนี้ในปี พ.ศ. 2556 องค์การอนามัยโลก หรือ WHO (World Health Organization) จึงกําหนดให้ฝุ่น PM2.5 จัดอยู่ในกลุ่มที่ของ สารอันตรายที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเป็นสารพิษ ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคมะเร็ง

ภาพที่ 1 เปรียบเทียบขนาดของฝุ่นละเอียดขนาดเล็กกับขนาดของเส้นผมมนุษย์ ที่มา :USEPA

ขนาดของฝุ่นที่เราสูดดมเข้าสู่ร่างกายมีผลต่อการเจ็บป่วยของร่างกายและการเกิดโรค เนื่องจากฝุ่นแต่ละขนาด สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายได้ต่างกัน เมื่อเราหายใจรับฝุ่นเข้าสู่ร่างกาย ฝุ่นที่มีขนาดใหญ่กว่า PM10 จะติดอยู่ที่ทางเดินหายใจส่วนบน เช่น โพรงจมูกและขนจมูก ส่วนฝุ่นที่มีขนาด 2.5 ถึง 10 ไมครอน จะติดอยู่ที่ทางเดินหายใจส่วนล่าง เช่น ลําคอหรือหลอดลม และฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า PM2.5 จะ เดินทางเข้ามาติดที่ถุงลมภายในปอด (ภาพที่ 2)

ภาพที่ 2 ความสําคัญของขนาดฝุ่น PMที่สามารถเข้าสู่ส่วนต่างๆของร่างกายที่มา : รศ.นพ.เฉลิม ลิ่วศรีสกลุ, 2564

เมื่อฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน เดินทางเข้ามาถึงถุงลมภายในปอดที่ทําหน้าที่ในการแลกเปลี่ยนก๊าซเข้าสู่ระบบไหลเวียนเลือดของร่างกาย เซลล์เม็ดเลือดขาวจะทําการกําจัดฝุ่น PM2.5 ที่ปนเปื้อนในระบบหลอดเลือด แต่ไม่สามารถกําจัดได้ ร่างกายจะตอบสนองกระบวนการนี้ด้วยการจะกระตุ้นให้เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด AM (Alveolar Macrophage) มาช่วยกําจัดฝุ่น PM2.5 นี้ และเกิดปฏิกิริยาสารก่ออักเสบ สารก่ออักเสบนี้จะซึมผ่านจากปอดเข้าสู่กระแสเลือดไหลเข้าสู่อวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ส่งผลให้อวัยวะที่เลือดไปเลี้ยงเกิดการอักเสบด้วย ส่วนฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 0.1 ไมครอน สามารถเดินทางทะลุเข้าไปในกระแสเลือดได้โดยตรงและทําให้เกิดการอักเสบภายในอวัยวะต่าง ๆ ที่มีเลือดไปเลี้ยงด้วยเช่นกัน

ภาพที่ 3 กระบวนการของฝุ่นละเอียดที่เข้าไปอยู่ในตัวของเซลลเ์ม็ดเลือดขาวที่มา : เฉลิมลิ่วศรสีกุล,2564

ในปี พ.ศ. 2562 มีการศึกษาว่าฝุ่นหยาบขนาด PM10 สัมพันธ์กับการเจ็บป่วยถึงขั้นนอนรับการรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยโรคปอดอักเสบ โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน และโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โดยกลุ่มผู้สูงอายุเป็นผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุด และมีรายงานการศึกษาของจังหวัดเชียงใหม่พบว่า ทุก ๆ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรของค่าเฉลี่ยรายวันปริมาณฝุ่น PM2.5 ที่เพิ่มขึ้นสัมพันธ์กับอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6

สาเหตุและอัตราการเสียชีวิตที่สัมพันธ์กัน ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังกําเริบ ร้อยละ 7.2-8.9 , โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ร้อยละ 8.6 , ภาวะเป็นพิษจากการติดเชื้อ (Septic Shock) ร้อย ละ 5.7-6.1 หากนําจํานวนวันที่มีค่าเฉลี่ยรายวันของฝุ่น PM2.5 สูงกว่าค่าเฉลี่ยรายวันที่องค์การอนามัยโลกกําหนด มาคํานวณหาจํานวนผู้เสียชีวิตรายวันที่เพิ่มขึ้นในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคมของปี พ.ศ.2562 เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี พ.ศ. 2560 และ พ.ศ. 2561 พบว่า ในปี พ.ศ. 2560 มีผู้เสียชีวิตรายวัน จํานวน 87 ราย ใน พ.ศ. 2561 มีผู้เสียชีวิตรายวัน จํานวน 151 รายเพิ่มขึ้นจากจํานวนผู้เสียชีวิตรายวันในปี พ.ศ. 2560 ร้อยะ 73 และ ในปี พ.ศ. 2562 มีผู้เสียชีวิตรายวัน จํานวน 225 ราย เพิ่มขึ้นจากเพิ่มขึ้นจากจํานวนผู้เสียชีวิตรายวัน ในปี พ.ศ. 2560 ร้อยละ 158 แม้จํานวนวันที่มีค่าเฉลี่ยรายวันของฝุ่น PM2.5 จะสูงกว่าค่ารายวันที่องค์การอนามัย โลกกําหนดเพิ่มมากขึ้นเพียง 10 และ 14 วันตามกําหนด แต่ความเข้มข้นเฉลี่ยรายวันและค่าสูงสุดในช่วงเวลา ดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ภาพที่ 4 ผลกระทบจากฝุ่นต่ออวัยวะสําคัญ ในการดํารงชีวิต ที่มา : ชายชาญ โพธิรัตน์

งานศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพของ ศ.นพ.ชายชาญ โพธิรัตน์ ในพื้นที่อําเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าแหล่งกําเนิดฝุ่นควัน PM2.5 ในพื้นที่ส่วนใหญ่มาจากการเผาไหม้เศษชีวมวลในที่โล่ง และเมื่อฝุ่น PM2.5 มี ปริมาณที่เพิ่มขึ้น ทุก ๆ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรของค่าเฉลี่ยรายวันสัมพันธ์กับอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น ร้อยละ 3.5 ซึ่งสูงกว่าอัตราการเสียชีวิตของทั้งจังหวัดเชียงใหม่กว่า 2 เท่า ทั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกับประชาชนอําเภอเชียงดาวรับเอาฝุ่น PM2.5 เข้าไปในร่างกายมากกว่าประชาชนทั้งจังหวัด เนื่องจากอยู่ใกล้แหล่งมลพิษจากการเผาในพื้นที่เกษตรและพื้นที่ป่า บ้านพักอาศัยเป็นแบบเปิดโล่ง (Open House Style) และไม่มีเครื่องฟอกอากาศทําให้ ฝุ่น PM2.5 สามารถเข้ามาในตัวบ้านได้ตลอดเวลา

ภาพที่ 5 กราฟแสดงจํานวนผเู้สียชีวิตรายวันของชาวเชียงใหม่ที่เพิ่มขึ้นสัมพันธ์กับค่าฝุ่น PM2.5 ที่มา : ศ.นพ.ชายชาญ โพธิรัตน์

นอกจากนี้ยังพบว่า ในผู้ป่วยที่นอนรับการรักษาในโรงพยาบาลได้รับผลกระทบรุนแรงกว่าประชาชนในชุมชน ราว 4 เท่า จากการศึกษาพบว่ามีอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาล เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ต่อทุก ๆ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ของค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 รายวันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นผลกระทบรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างมากในผู้ที่เจ็บป่วยหนักจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ในปี พ.ศ. 2559 พบความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการกําเริบของโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังกําเริบที่ทําให้ต้องมารับการรักษาที่แผนกฉกุเฉินในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 29 และ 35 ตามลําดับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • ชายชาญ โพธิรัตน์, 2563, มลพิษฝุ่นละเอียด PM2.5 ผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพ, หน้าที่ 9.
  • เฉลิม ลิ่วศรีสกุล, (2564), ผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อสุขภาพ, หลักสูตรการอบรมด้านการจัดการ มลพิษทางอากาศสําหรับภาคเหนือ, หน้าที่ 14-15.
  • ปิยนันท์ ศรีทองทิม, (2563), วารสารวิชาการ มหาลัยราชภัฏพระนคร, มาตรการทางกฎหมายในการลด มลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM2.5, หน้าที่ 278.
  • Phosri A, Ueda K, Phung VL, Tawatsupa B, Honda A, Takano H. Effects of ambient air pollution on daily hospital admissions for respiratory and cardiovascular diseases in Bangkok, Thailand. Sci Total Environ 2019;651:1144-53
  • Pothirat C, Chaiwong W, Liwsrisakun C, Bumroongkit C, Deesomchok A,Theerakitikul T, et al. The short-term associations of particular matters on non-accidental mortality and causes of death in Chiang Mai, Thailand: a time series analysis study between 2016-2018. Int.J.Environ. Health Research 2019; 1:1-10
  • US EPA : United Sates Environmental Protection Agency สืบค้นออนไลน์ ที่มา:https://www.epa.gov/pm-pollution/particulate-matter-pm-basics

ดาวน์โหลดไฟล์เอกสาร

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin