สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

ยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนและลดปัญหาฝุ่นควัน (บ้านเลาวู)

ชุมชนชาติพันธุ์ลีซูบนพื้นที่สูงในเขตป่ากับการจัดทำแผนการจัดการป่าและไฟป่าโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชนและลดปัญหาฝุ่นควัน

บ้านเลาวู ตำบลเมืองแหง  อำเภอเวียงแหง  จังหวัดเชียงใหม่

จากนโยบายทวงคืนผืนป่า ส่งผลให้มีการเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ผืนป่าทั่วประเทศ เพื่อดำเนินการในการปราบปรามและจับกุมผู้บุกรุก ยึดถือครอบครอง ทำลายหรือกระทำการใดๆ อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่า หลาย ๆ ชุมชน ได้รับผลกระทบจากนโยบายนี้ ชุมชนต่างหวั่นเกรงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพื้นที่ของตนเองในปัจจุบัน และเล็งเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในฐานะพลเมืองไทย ที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง

บ้านเลาวู ตำบลเมืองแหง  อำเภอเวียงแหง  จังหวัดเชียงใหม่ หมู่บ้านหน้าด่าน หรือหมู่บ้านแรกที่ตั้งก่อนที่จะถึงเวียงแหง จึงมักเรียกกันว่า  “เลาวูประตูสู่เวียงแหง” เป็นอีกหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ของผืนป่ารอบ ๆ หมู่บ้าน เป็นป่าตามกฎหมาย ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติผาแดง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและพื้นที่ปลูกป่าในยุคปี 2522 ซึ่งสภาพปัญหาที่ชุมชนต้องเผชิญมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2522 จนถึง 2558 คือ ความขัดแย้งในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่ดิน ป่าไม้ โดยเฉพาะที่ดินทำกินในพื้นที่ป่า ซึ่งแต่เดิมมีระบบไร่หมุนเวียนอยู่ในพื้นที่ และเมื่อรัฐบาลได้ประกาศให้มีการใช้กฎหมาย นโยบายใหม่ออกมา 3 ฉบับ ทั้งพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ  พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 พ.ร.บ.ป่าชุมชน 2562 และนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยเฉพาะกฎหมายในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ มีผลอย่างยิ่งต่อชุมชนบ้านเลาวูที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายให้ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยได้รับการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 

ในขณะที่สถานการณ์ไฟป่า ฝุ่นควัน ยิ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญของจังหวัดและของประเทศ หน่วยงาน องค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ต่างมีความพยายามที่จะร่วมมือหาแนวทางในการจัดการและแก้ไขปัญหาในรูปแบบลักษณะต่าง ๆ นำไปสู่การทำงานที่เรียกว่า “การจัดการร่วม” ในพื้นที่ โดยในปี 2563 ทางหน่วยจัดการร่วม สสส.ส 6 จังหวัดเชียงใหม่ เข้ามาประสานงานกับชุมชนบ้านเลาวู ให้ร่วมเป็นภาคีจัดทำโครงการย่อยในพื้นที่ตามประเด็นยุทธศาสตร์เชียงใหม่สะอาดลดฝุ่นควัน จึงเป็นโอกาสดีของชุมชนในการพัฒนาและยกระดับการดำเนินงานเรื่องการจัดทำแผนการจัดการป่าและไฟป่า โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชนบ้านเลาวู 

การจัดทำแผนแม่บทและปฏิบัติการเพื่อจัดการทรัพยากรดินน้ำป่าและการบริหารจัดการไฟจำเป็นและไฟไม่จำเป็น จึงเกิดขึ้น โดยกระบวนการดำเนินโครงการฯ ประกอบด้วย การขับเคลื่อนงาน 2 ลักษณะ คือ การขับเคลื่อนงาน 1 : จัดทำแผนการจัดการป่าและไฟป่าอย่างมีส่วนร่วมและบูรณาการแผนการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยมีกิจกรรมภายใต้การขับเคลื่อนงาน ได้แก่ จัดตั้งคณะทำงานโครงการร่วมประชุมชี้แจงความเป็นมาและกรอบการขับเคลื่อนงานที่ตั้งไว้ในประเด็นยุทธศาสตร์ “เชียงใหม่อากาศสะอาดลดฝุ่นควัน” ทบทวนทำความเข้าใจถึงวัตถุประสงค์และ “บันไดผลลัพธ์” ร่วมกันสำรวจสภาพพื้นที่และจัดทำแผนบริหารจัดการป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ มีการจัดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “กระบวนการจัดทำแผนการจัดการป่าและไฟป่า” เป็นการจัดเวทีร่วมของหน่วยงาน องค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการกับสถานการณ์ไฟที่ผ่านมากับชุมชน วิเคราะห์สถานการณ์ภาพรวมเพื่อนำไปสู่แนวทางการจัดทำแผนการจัดการไฟในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรของหมู่บ้านร่วมกันทั้งส่วนของหน่วยงานภาคีและส่วนของชุมชน มีการกำหนดแนวเขตพื้นที่บริหารจัดการไฟในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรปี 2563 เพื่อนำมาสู่การวางแผนการจัดการในปี 2564 โดยใช้เครื่องมือ แผนที่สารสนเทศทางภูมิศาสตร์ เป็นเครื่องมือในการกำหนดจุดพื้นที่รวมทั้งฐานข้อมูลประกอบอื่น ๆ ในการวางแผนการบริหารจัดการไฟป่าและพื้นที่เกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย ข้อมูลกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรระดับหมู่บ้าน การบริหารจัดการทรัพยากรในหมู่บ้าน ระบบการผลิตของชุมชน กำหนดขอบเขตการบริหารจัดการไฟในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตร เป็นต้น กิจกรรมนี้ ทำให้ได้มาซึ่งข้อมูลและแผนที่แสดงขอบเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินทำกิน พื้นที่ป่าและพื้นที่การจัดการไฟป่า การจัดการไฟในพื้นที่เกษตร พร้อมรายละเอียดชุดข้อมูลหมู่บ้าน รายละเอียดกิจกรรมการจัดการป่าและไฟป่า ซึ่งสามารถนำไปประกอบการจัดทำแผนการจัดการเผาในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรได้ การขับเคลื่อนงาน 2 : นำแผนงานสู่การลงมือปฏิบัติการจริงร่วมกันของชุมชนทั้งในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตร คือ การลงมือปฏิบัติการด้านบริหารจัดการไฟในพื้นที่ป่าชุมชนและพื้นที่เกษตร มีจัดเวทีประชาคมแผนการจัดการป่าและไฟป่าและระเบียบกติกาชุมชน ทำแนวกันไฟในพื้นที่ และปฏิบัติการเฝ้าระวังจุดเสี่ยง ลงมือปฏิบัติการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว ชุมชนเลาวูมี ต้นทุนระบบการผลิต ทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ยังคงปลูกไม้ผล ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟ ในขณะที่อีกร้อยละ 50 ยังมีความจำเป็นต้องใช้ไฟ หากสามารถวางแผนจัดระเบียบการเผาได้ ไม่เกิดปัญหาไฟลุกลามเข้าไปในพื้นที่ป่าและมีความจำเป็นได้ว่าจำนวนพื้นที่การปลูกไม้ผลจะเพิ่มขึ้นทำให้ความจำเป็นใช้ไฟจะลดลง ชุมชนมีต้นทุนเรื่อง “กลุ่มวิสาหกิจชุมชน”  ที่ผลิตเกษตรอินทรีย์และกาแฟอินทรีย์ กลุ่มนี้จะเป็นหลักในการขับเคลื่อนพัฒนาระบบเศรษฐกิจสีเขียว โดยที่ผ่านมากลุ่มนี้ได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จัดทำโครงการพัฒนาเเละยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้มีรายได้น้อยโดยการส่งเสริมพัฒนากาเเฟครบวงจรบ้านเลาวู รวมทั้งจาก สถาบันส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ ในการพัฒนาศักยภาพผู้นำการเปลี่ยนแปลงแก่แกนนำคนรุ่นใหม่คืนถิ่น  

หากมองภาพรวมของการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ “เชียงใหม่อากาศสะอาดลดฝุ่นควัน” ทั้งตัวชุมชนเอง หรือองค์กรภาคี ต่างมีเป้าหมายเดียวกันในการจัดการป่าและไฟป่า ทำให้เกิดแนวทางการจัดการร่วมกัน เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานและชุมชน จนทำให้เกิดแผนการจัดการป่าและไฟป่าของชุมชนที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติการได้จริง โดยปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญ นอกจากกลไกคณะทำงานโครงการมีศักยภาพแล้ว ยังมีการจัดการข้อมูลที่ดีและทันสมัยด้วยระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ รวมถึงมีภาคีสนับสนุนที่เข้มแข็ง จนสามารถมองการทำงานอย่างเป็นระบบ ร่วมแรงร่วมใจ มีเป้าหมายเดียวกัน ความสำเร็จคงไม่ไกลเกินเอื้อมถึง  

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin