สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

รายงานความคืบหน้า การแก้ปัญหามลพิษฝุ่นควันภาคเหนือ ประจำเดือนพฤษภาคม 2563

โดย ทีมข่าว สื่ออาสา WEVO

การบริหารจัดการเชื้อเพลิง

อากาศเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน เนื่องจากมีฝนตก จนถึงต้นเดือนพฤษภาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงบริหารจัดการเชื้อเพลิง (ให้เกษตรกรเผาเพื่อเตรียมแปลงเกษตร) รวม 159,400 ไร่  โดยให้กระจายการเผาทุกวันตลอดทั้งเดือนแต่กลับไม่สามารถเป็นไปตามแผนงานได้เพราะมีฝนตกในช่วงสัปดาห์แรก เชื้อเพลิงเปียกชื้น แต่อย่างไรก็ตามเมื่อพ้นจากวันที่ 10 พฤษภาคมเป็นต้นมา ฝนทิ้งช่วง อากาศร้อนจัด สามารถบริหารจัดการเชื้อเพลิงได้ครบ ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนคุณภาพอากาศโดยรวมต่ำลงเป็นผลจากการเร่งรัดจัดการเชื้อเพลิงภาคเกษตร แต่ก็ยังคงอยู่ในมาตรฐานเพราะอากาศร้อนจัดและยกตัวได้ดี

เชียงใหม่ ตั้งคณะกรรมการทำงานตลอดทั้งปี

นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.เชียงใหม่ ลงนามตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นควันจังหวัดเชียงใหม่แบบบูรณาการและมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน เมื่อ 30 เม.ย. 2563 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานอำนวยการ มีคณะทำงานภาคส่วนต่างๆ ที่ไม่ใช่ภาคราชการ ประกอบด้วยคณะทำงานภาคเมืองฯ ที่มีนายชัชวาล ทองดีเลิศ เป็นประธาน,คณะทำงาน คณะทำงานดูแลรักษาต้นยางนาและต้นไม้ใหญ่ ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวเมือง มีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นประธาน, คณะทำงานด้านป่าไม้และที่ดินในพื้นที่ป่า มีนายเดโช ไชยทัพเป็นประธาน,คณะทำงานพื้นที่เกษตร มีดร.สมคิด แก้วทิพย์ เป็นประธาน, คณะทำงานข้อมูลวิชาการและการสื่อสาร มีดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม เป็นประธาน และคณะทำงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจและลดผลกระทบจากฝุ่นควันมีนายอนุชา มีเกียรติชัยกุลเป็นประธาน

โดยได้มีการจัดประชุมใหญ่ทุกคณะพร้อมกันนัดแรกเมื่อ 7 พฤษภาคม 2563 ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อบจ.เชียงใหม่ จากนั้นได้มีการประชุมคณะทำงานย่อยโดยเฉพาะการประชุมร่วมของประธานคณะทำงานกับกองเลขาทุกคณะไปแล้ว 2 ครั้ง เพื่อบูรณาการแผน

ประชุมถอดบทเรียน 2563

หน่วยราชการเกี่ยวข้องได้ประชุมจัดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียน เพื่อกำหนดมาตรการจัดทำแผนและเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควัน ปี 2563 ตั้งแต่ 15 พฤษภาคม (หน่วยงานสังกัดจังหวัด อปท. และภาคประชาชน) จากนั้นระหว่าง 19-21 พฤษภาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ได้จัดประชุมถอดบทเรียนเพื่อสรุปต่อ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเดินทางรับฟังในวันที่ 21 พฤษภาคม 2563

ประเด็นสำคัญในระหว่างการประชุมถอดบทเรียนประกอบด้วย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ จะเป็นหน่วยงานหลักเสนอแผนงานป้องกันและแก้ปัญหาหมอกควันภาคเหนืออย่างยั่งยืน โดยจะจัดทำแล้วเสร็จภายในสิงหาคม 2563 เพื่อเสนอต่อครม. อนุมัติงบประมาณในลำดับต่อไป โดยจะมีแผนงานหลักรวม 10 แผน คือ

  1. การบัญชาการและบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องดังกล่าว นายจตุพร ปลัดกระทรวงทส. เผยว่าอาจจะมีการนำแนวทางบริหารแบบสู้กับโรคระบาดโควิด-19 มาใช้ โดยระดับชาติจะมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนรม.ที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน บูรณาการกำลังและทรัพยากรจากทั้งภายในภายนอก
  2. แผนการจัดหา/สนับสนุนด้านอัตรากำลัง อุปกรณ์ ยานพาหนะ และงบประมาณ
  3. การเฝ้าระวังและดับไฟ จะให้มีชุดพิทักษ์ป่าและชุดปฏิบัติการระดับหมู่บ้าน
  4. แผนงานบริหารจัดการเชื้อเพลิงและบริหารการเผา จะทบทวนนโยบายห้ามเผาเปลี่ยนเป็นแนวทางขอความร่วมมือจัดการเชื้อเพลิงภายใต้การควบคุม และให้อปท.รับผิดชอบพื้นที่จำเป็นต้องเผา ให้เกิดมีแผนข้อตกลงชุมชน
  5. แผนงานการสร้างความรับรู้ให้กับประชาชน
  6. แผนงานส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
  7. แผนงานการผลักดันการถ่ายโอนภารกิจควบคุมไฟป่า ให้กับ อปท.ได้เกิดผลรูปธรรม (เพราะมีนโยบายนี้มานานแต่ไม่เป็นผลจริงในทางปฏิบัติ)
  8. แผนงานกำหนดตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน  ทส.ร่วมกับ gistdaประมวลผลจุดความร้อนแยกตามการใช้ประโยชน์ที่ดิน (ไม่ใช่แยกตามการจำแนกที่ดินป่าสงวน/ป่าอนุรักษ์/แบบเดิมที่รวมที่ทำกินประชาชนไปด้วย)
  9. การฟื้นฟูพื้นที่ป่าที่เสียหายจากไฟไหม้
  10. การแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน

สภาลมหายใจฯ แถลงข่าว ให้รัฐยอมรับความล้มเหลว

ก่อนการเดินทางมาเชียงใหม่ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายรัฐมนตรี ภาคประชาชนโดยสภาลมหายใจเชียงใหม่ ได้จัดแถลงข่าวเมื่อ 19 พฤษภาคม 2563 “เรียกร้องให้รัฐบาลยอมรับความล้มเหลว และขอให้ยกระดับมาตรการแก้ปัญหาในทันที เพื่อแก้ปัญหานี้ให้ได้ในปี 2564 ซึ่งเป็นปีที่ 15 นับจากมีการนำปัญหานี้เข้าครม.เมื่อปี 2550

ต่อมาโฆษกรัฐบาล และนายวราวุธศิลปอาชา รัฐมนตรี ทส. ได้ประกาศยอมรับว่าการแก้ปัญหาล้มเหลวตามที่ประชาชนแถลง

ปฏิบัติการผลักดันให้อปท.รับถ่ายโอนอำนาจจัดการไฟและการบริหารแนวใหม่

ในระดับพื้นที่ ตัวแทนของสภาลมหายใจเชียงใหม่ นำโดยนายเดโช ไชยทัพ ร่วมกับตัวแทนกรมป่าไม้ เช่น นายดุลย์ฤทธิ์ ฤทัยวรุณรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมไฟป่า รวมถึงหน่วยงานเกี่ยวข้องได้ประชุมหารือต่อเนื่องหลายครั้ง รวมถึงเข้าพบนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.เชียงใหม่ เพื่อให้เกิดความคืบหน้าด้านนี้ภายในปีหน้า โดย ผวจ.เชียงใหม่กำหนดว่า ในปีหน้าควรจะมีอปท.นำร่อง 50-80 แห่งเพื่อบริหารจัดการระดับพื้นที่

สภาลมหายใจฯ ตั้งเป้า สิงหาคม ประกาศเครือข่ายชุมชนจัดการไฟ

สภาลมหายใจเชียงใหม่แถลงเมื่อ 25 พฤษภาคม 2563 ว่า แนวโน้มของการถ่ายโอนภารกิจให้กับ อปท. อาจจะไม่รวดเร็วเท่าที่คิด ซึ่งจะทำให้การแก้ปัญหาของปี 2564 มีทั้งแบบใหม่และเก่า ผสมผสานกันโดยข้อต่อสำคัญของแนวทางระดมศักยภาพของ ชุมชน+ท้องถิ่น มาร่วมด้วยช่วยจัดการไฟก็คือ ชาวบ้านในระดับชุมชนที่ลุกขึ้นมาอยากมีส่วนในการจัดการไฟ เพื่อประสานเสริมกับ อปท. ที่จะมาเป็นหน่วยงานกลางระดับตำบล สภาลมหายใจเชียงใหม่จึงกำหนดเป้าหมายว่า จะพยายามประสานไปยังชุมชนและเครือข่ายที่มีศักยภาพด้านการจัดการไฟ เพื่อจัดตั้งเครือข่ายชุมชนจัดการไฟ จังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นมาก่อนภายในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อให้ทันการกับการฝึกอบรม การเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ

ประชุมหารือขยายแนวร่วมประชาชนจังหวัดภาคเหนือ

29 พฤษภาคม 2563 ได้มีการประชุมออนไลน์ หารือริเริ่มตั้งเครือข่ายประชาชนผลักดันแก้ปัญหามลพิษฝุ่นควัน จาก 3จังหวัดร่วมกับตัวแทนสภาลมหายใจเชียงใหม่ ประกอบด้วย ตัวแทนจาก เชียงราย ลำปาง และ แม่ฮ่องสอน ที่ประชุมได้นำเสนอบทเรียนของเชียงใหม่ที่สามารถรวบรวมความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ก่อเป็นสภาลมหายใจเชียงใหม่ ตัวแทนจากแต่ละจังหวัดนำเสนอประสบการณ์และมุมมองของตน จากนั้นได้นัดหมายจะประสานงานใกล้ชิดมากขึ้น มีเป้าหมายเพื่อจะร่วมกันเป็นเครือข่ายระดับภาคในอนาคต

โดย ทีมข่าว สื่ออาสา WEVO

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin