สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

ลงพื้นที่ระยะที่ 2 เตรียมความพร้อมให้ชุมชนโซนเหนือ ตั้งเป้าร่วมปีหน้า “จะไม่ใช่แค่รอรับมือ”

นายอำเภอเวียงแหงปลื้ม! ปีนี้ Hotspot ลงลงมาก เชื่อว่าส่วนหนึ่ง คือการเข้าไปดับในใจคนได้ ขณะที่เชียงดาว ชาวบ้านสะท้อน หากจะแก้อย่างยั่งยืน ต้องแก้ที่ปัญหาความขัดแย้งด้วย

(5 พฤษภาคม 2563) สภาลมหายใจเชียงใหม่ มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ และอาสาสมัครฯ ม.แม่โจ้ ลงพื้นที่อำเภอเชียงดาว และอำเภอแวงแหง ซึ่งเป็นอำเภอโซน ของ จ.เชียงใหม่ เพื่อนำอุปกรณ์และสิ่งของที่ได้รับการบริจาคและสนับสนุนเพิ่มเติมจากประชาชนทั่วประเทศ ไปมอบให้กับชุมชนที่ยังขาดแคลนและมีความต้องการ

นายธนพงษ์ วังทอง ผู้ประสานงานสภาลมหายใจเชียงใหม่ บอกว่า การลงพื้นที่มาส่งมอบของครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 ของสภาลมหายใจฯ ซึ่งระยะเผชิญเหตุไฟป่าและฝุ่นควันก่อนหน้านี้ ได้นำสิ่งของที่ได้รับบริจาคและสนับสนุนมามอบให้ในพื้นที่แล้วหลายชุมชนไปแล้ว รวมไปถึงเจ้าหน้าที่และอาสาดับไฟในพื้นที่ด้วย การลงพื้นที่ครั้งนี้เป้าหมายหลัก คือการเข้ามาเตรียมความพร้อมให้กับชุมชน โดย 1 หมู่บ้าน จะได้รับเครื่องเป่าลม 2 เครื่อง เครื่องพ่นน้ำ 2 เครื่อง หัวคราด 20 อัน ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่สนับสนุนการทำงาน ในการจัดการและแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันในระยะต่อไปได้่ ขณะเดียวกันยังมีสิ่งของที่ได้รับจากการบริจาคเข้ามาเพิ่มเติม เช่น หน้ากากป้องฝุ่นควัน แว่นตากันสะเก็ดไฟ อาหารแห้ง-กระป๋อง ยาเวชภัณฑ์ น้ำเกลือ และเครื่องดื่มชูกำลัง มาส่งมอบให้ด้วย

โดยที่อำเภอเชียงดาว มีตัวแทนชุมชนจาก 7 ตำบล  13 หมู่บ้าน เดินทางมารับมอบ ประกอบด้วย

ต.เมืองนะ
-บ้านเจียจันทร์(ลาหู่)
-บ้านอรุโณทัย
-บ้านใหม่สามัคคี

ต.ปิงโค้ง
-บ้านแม่ป๋าม
-บ้านห้วยลึก
-บ้านก๊อตป่าบง
-บ้านป่าตึงงาม

ต.ทุ่งข้าวพวง
-บ้านแม่ก๋อนใน

ต.แม่นะ
-บ้านแม่อ้อใน(บ.ห้วยน้ำฮาก)

ต.เชียงดาว
-บ้านทุ่งหลุก

ต.เมืองงาย
-บ้านขุนข่อน

และ ต.เมืองคอง
-บ้านคองซ้าย
-บ้านแม่ป่าเส้า

พะตีแก้ว คาติ หนึ่งในผู้นำชุมชนบ้านแม่คองซ้าย ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ บอกว่า หากเป็นไปได้ อยากให้สภาลมหายใจเชียงใหม่ เข้ามาประสานการช่องว่าง และความขัดแย้ง ระหว่างเจ้าหน้าที่กับชาวบ้าน จากปัญหาการอยู่กับป่า พื้นที่ทับซ้อน รวมถึงการอ้างสิทธิ์ และใช้ข้อกฎหมายมาบังคับ เชื่อว่าหากมีความเข้าใจ และปัญหาต่างๆถูกปลดล็อค ความร่วมมือจากทุกฝ่ายน่าจะดีกว่านี้ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เหมือนที่หลายชุมชนเป็นอยู่

ขณะที่ช่วงบ่าย สภาลมหายใจเชียงใหม่ และอาสาสมัครฯ ลงพื้นที่ไปส่งมอบของเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับชุมชนในอำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในพื้นที่ ร่วมรับมอบ จำนวน 3 ตำบล 11 หมู่บ้าน และกองร้อย อ.ส.อ.เวียงแหง ร่วมรับมอบ ประกอบด้วย

ต.เมืองแหง
-บ้านกองลม
-บ้านกองลมใหม่
-บ้านแม่แพม
-บ้านป่าไผ่
-บ้านห้วยหก(บ.น้ำบ่อใหม่)
-บ้านเวียงแหง

ต.แสนไห
-บ้านม่วงป๊อก

ต.เปียงหลวง
-บ้านห้วยไคร้
-ชุมชนห้วยดินดำ
-บ้านใหม่มะกายอน

และ กองร้อย อ.ส.อ.เวียงแหง

นายนรบดี เรืองอนันต์ นายอำเภอเวียงแหง เล่าว่า ฤดูการณ์ฝุ่นควันปีนี้ เวียงแหง เป็น 1 อำเภอที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เมื่อนำจุดความร้อน หรือ Hotspot มาเทียบกับปี 2562 พบว่าลดลงอย่างมาก (ตั้งแค่ 1 มกราคม – 30 เมษายน 2563) ส่วนหนึ่งเชื่อว่าเป็นเพราะ ความร่วมมือจากชาวบ้าน ที่เริ่มตระหนักรู้ และเข้าใจปัญหา โดยช่วงที่ผ่านมา ผู้นำชุมชนได้ลงพื้นประชาสัมพันธ์เชิงรุก ทั้งเข้าไปสร้างความเข้าใจ บอกถึงปัญหา การปรับเปลี่ยน ไปพร้อมๆกับการย้ำถึงบทลงโทษ ที่เราทำควบคู่กับกับดับไฟป่าอยู่นี้ คือเข้าไปดับไฟในใจคนที่ยังขาดความตระหนักรู้ไปด้วย เป็นมาตรการเชิงรุกและเชิงรับไปในตัว ก่อนจะก้าวไปสู่ความสำเร็จและยั่งยืนในอนาคต

และขอบคุณเป็นกับสภาลมหายใจเชียงใหม่ ที่นำเครื่องเป่าลม เครื่องพ่นน้ำ และสิ่งของที่ได้รับการสนับสนุนจากคนทั่วประเทศ มาส่งมอบต่อให้กับชุมชน “อุปกรณ์เหล่านี้ ทางชุมชนมีความต้องการ เพราะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ในการสะกัดยับยั้ง ควบคุม และบริหารจัดการไฟป่าได้เป็นอย่างดี” นายอำเภอเวียงแหงกล่าวทิ้งท้าย

ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2563 นี้ สภาลมหายใจเชียงใหม่ และอาสาสมัครฯ มีกำหนดการลงพื้นที่ ไปส่งมอบ เครื่องเป่าลม เครื่องพ่นน้ำ คราด และสิ่งของที่ได้จากการบริจาคและสนับสนุน เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับชุมชน ในพื้นที่อำเภอแม่อายจำนวน 6 ตำบล 19 หมู่บ้าน ใน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin