สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

ศกพ. พร้อมรับฝุ่นพิษ ตั้งเป้าลด Hotspots ให้ได้ 20%

16 พ.ย. 63 ณ ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) อาคารกรมควบคุมมลพิษ ชั้น 3 มีการแถลงเตรียมความพร้อมรับมือปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง หลังช่วงหลายวันที่ผ่านมา ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5)  ในพื้นที่ภาคกลาง มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และเริ่มเกินมาตรฐานในบางพื้นที่

นายศิวัช พงษ์เพียจันทร์ โฆษก ศกพ. ระบุว่า ภาพรวมสถานการณ์วันนี้ ยังถือว่าดีถึงดีมาก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออก ขณะที่ภาคกลาง ยังคงต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครฯ และปริมณฑล ซึ่งบางพื้นที่พบ PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ระว่าง 26-67 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก.ต่อลบ.ม.) ซึ่งคาดการณ์ว่าพรุ่งนี้ (17 พ.ย. 63) ระดับความเข้มข้นของ PM 2.5 มีแนวโน้มจะลดลง เนื่องจากประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่น ขณะที่วันที่ 18 และ 19 พ.ย. 63  คาดว่า PM 2.5 จะกลับมามีค่าเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงเทพมหานคร และในหลายพื้นที่ อาจจะเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ โดยเฉพาะท่านที่มีอาการ ไอ หายใจลำบาก ตาอักเสบ แน่นหน้าอก และหัวใจเต้นผิดปกติ และหากมีความจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง จำเป็นต้องสวมหน้ากากป้องกัน

นายศิวัช พงษ์เพียจันทร์ โฆษก ศกพ.

โฆษก ศกพ. บอกว่า การรายงานคุณภาพอากาศรายวัน จะยังใช้การรายงานค่าเฉลี่ยแบบ 24 ชั่วโมง ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และสอดคล้องกับการรายงานสถานการณ์มลพิษทางอากาศแต่ละชนิดตามมาตรฐานสากลที่ใช้กันทั่วโลกใช้ โดยอิงจากสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐ (USEPA) โดยเฉพาะค่าฝุ่น PM2.5 จะวัดทั้งค่ารายชั่วโมง และค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ความหมายก็คือ หากมีการรายงาน 7 โมงเช้าวันนี้ มันคือการหาค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงย้อนหลังของเมื่อวานนี้ ซึ่งพี่น้องประชาชนสามารถเลือกดูข้อมูลคุณภาพอากาศได้ ผ่านทาง เว็บไซต์ Air4thai.pcd.go.th หรือ bangkokairquality.com และแอพพลิเคชั่น AirBKK ผ่านทางสมาร์ทโฟนได้ โฆษก ศกพ. ระบุ

“ถ้าดูจากหลายพื้นที่ เริ่มมีการเผาแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ ว่าการเผาเศษชีวมวลบางส่วนในหลายพื้นที่ เริ่มส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในเขตกรุงเทพมหานครฯและปริมณฑล โดยเฉพาะการเผาอ้อย ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลัก ส่วนตัวซึ่งเป็นหนึ่งในอนุกรรมการวิชาการ ด้านการแก้ไขปัญหามลภาวะทางอากาศ หนึ่งในมาตราการ ที่ทางอนุกรรมการฯ ได้มีข้อเสนอแนะและเรียกร้องไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือการการกำหนดราคาอ้อยสดให้สูงขึ้นกว่าอ้อยเผา ซึ่งจะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธี นอกจากนี้ยังมีการเสนอให้มีการ Work from home ในช่วงที่คุณภาพอากาศ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนด้วย”

นายศิวัช พงษ์เพียจันทร์ โฆษก ศกพ.
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.)

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) ระบุว่า ปัจจุบันกรมควบคุมมลพิษ มีกรอบในการยกระดับมาตราการที่ชัดขึ้น หากวันไหนที่ ค่า PM 2.5 สูงเกิน 50 มคก.ต่อลบ.ม. ขึ้นไป แต่ละจังหวัดจะต้องมีแผนการลดให้ได้ เมื่อเกิน 75 มคก.ต่อลบ.ม. ผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด จะต้องใช้มาตราการทางกฎหมาย  และหาก 100 มคก.ต่อลบ.ม. ทางคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ จะมีการนัดประชุม และเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อกำหนดมาตราการ

“จะเห็นได้ว่า เรามีความพยายามจะใช้มาตราการ ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ก่อนจะค่อยยกระดับขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อสถานการณ์วิกฤติ เราก็จะใช้มาตราการที่เข้มแข็งขึ้น  และเมื่อมันเบาบางลง เราก็จะใช้มาตรการขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน”

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.)
ภาพ : โดรนอาสา

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ยังระบุอีกว่า ปีนี้ตั้งเป้าว่าจุดความร้อน ต่อลดลงน้อยกว่า ร้อยละ 20 จากปีที่ผ่านมา โดย 12 แนวทางเฉพาะกิจ ตามแผนวาระแห่งชาติ ในปีนี้ให้ความสำคัญกับการจัดการเชื้อเพลิงก่อนถึงฤดูไฟ ซึ่งปีที่ผ่านมาพบว่า ปริมาณเชื้อเพลิงที่สะสม ทำให้เกิดไฟขนาดใหญ่ และไม่สามารถควบคุมได้ เป็นต้นเหตุของ PM 2.5 และ PM 10 ปีนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมมือกันในการกำจัดเชื้อเพลิงที่อยู่ในพื้นที่ป่า ทั้งเขตกรมป่าไม้ อุทยานแห่งชาติฯ รวมไปถึงพื้นที่การเกษตรของประชาชน โดยในวันที่ 19-20 พ.ย. 2563 นี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีกำหนดการลงพื้นที่ ไป Kickoff ที่จังหวัดเชียงใหม่ และส่งเสริมให้มีการรับซื้อเศษวัสดุหรือเศษซากพืชในพื้นที่ทำการเกษตร โดยการนำมาแปรรูปและใช้ประโยชน์ ซึ่งเป็นอีกแนวทางหนึ่ง ที่เราจะทำในเดือนพฤศจิกายนนี้

ชมคลิป : แถลงการเตรียมความพร้อมรับมือปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง (ย้อนหลัง)

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin