สภาลมหายใจเชียงใหม่

สภาลมหายใจฯ ยื่นหนังสือ ขอพรรคร่วมฝ่ายค้าน “ผลักดัน แก้ปัญหาฝุ่นควันภาคเหนือ”

วันนี้ (29 ส.ค. 63) เวลา 14.00 น. นายวิทยา ครองทรัพย์ ผู้ประสานงานสภาลมหายใจภาคเหนือ พร้อมด้วย นายพัลลภ แซ่จิว ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จังหวัดเชียงใหม่ และรองประธานหอการค้า จังหวัดเชียงใหม่ เข้ายื่นหนังสือ ต่อนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านช่วยผลักดัน แก้ปัญหาฝุ่นควันภาคเหนือ ในงานผู้นำฝ่ายค้านพบปะประชาชน จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจัดโดยกลุ่มงานผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ณ โรงแรม holiday inn เชียงใหม่

ในหนังสือระบุว่า สภาลมหายใจภาคเหนือ และเครือข่ายผลักดันการแก้ปัญหาฝุ่นควันภาคเหนือ มีข้อกังวลใจต่อวิกฤติฝุ่นควันที่เกิดขึ้นติดต่อยาวนานถึง 14 ปีมาแล้ว แต่รัฐบาลก็ไม่สามารถจะแก้ไขได้อย่างยั่งยืน และรวมทั้ง

  1. ผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั้งภาคเหนือ โดยเฉพาะเด็กทารกในครรภ์ การพัฒนาการด้านสติปัญญาของเยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งมีงานวิจัยทางการแพทย์ระบุชัดเจนว่าอัตราการเสียชีวิตในช่วงวิกฤติมีอัตราที่สูงสอดคล้องกับปริมาณฝุ่นควัน ที่มากขึ้น
  2. ผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจทุกด้าน เช่นการท่องเที่ยวของภาคเหนือในระยะ 3-4 เดือน (กพ-พค) โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่จะมี อัตราการเข้าพักที่ลดลง รวมทั้งมีผลกระทบต่อการพัฒนาโครงการที่เสริมศักยภาพของภาคเหนือ เช่น โครงการ Health Hub การ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โครงการ Long Stay ที่ต้องชะลอหรือหยุดโครงการ ซึ่งทำให้คนภาคเหนือสูญเสียโอกาสไป
  3. ผลกระทบต่อภาพลักษณ์ระยะยาวของเชียงใหม่และภาคเหนือที่เป็นที่รู้จักของคนทั้งโลกว่ามีความงดงามของธรรมชาติ ก็ถูก ทำลายไปด้วยภาพลักษณ์ใหม่ว่าเป็นเมืองแห่งฝุ่นติดอันดับโลก ซึ่งเมื่อปลายปี 2562 สภาลมหายใจภาคเหนือและเครือข่ายได้ยื่นจดหมายไปยังท่านนายกรัฐมนตรี หรือกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้ให้ว่าปัญหา ดังกล่าวไม่ใช่แค่การเผา พวกเราอยากให้รัฐบาลเปลี่ยนมุมมองว่าปัญหาดังกล่าวเกิดคนในทุกพื้นที่ ทั้งในเมือง นอกเมืองเพราะเป็นเรื่องการทำ มาหากิน และพวกเราเสนอให้รัฐบาล
    3.1. ตั้งคณะกรรมการบริหารอากาศแห่งชาติขึ้นมาเพื่อบริหารการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียง ระดมหน่วยงานมาดับไฟเพราะจากทุกปีที่ผ่านพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่สามารถแก้ไขได้ ซ้ำยังเพิ่มความขัดแย้งกับ ประชาชน ทำให้การเผาป่ามีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น รวมทั้งปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ (Climate Change) ทำให้ประเทศไทยทุกพื้นทั้งภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคกลาง กทม. ภาคเหนือ ต้องประสบปัญหาวิฤติฝุ่นควันมาก ถึง 9 เดือนใน 12 เดือน จึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการปัญหานี้อย่างมืออาชีพและต่อเนื่อง
    3.2. ผลักดันให้มี พ.ร.บ.การบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ทั้งเพื่อสถาปนาสิทธิที่จะมีอากาศสะอาดหายใจตลอดปี

แต่ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้ถูกนำพิจารณาอย่างจริงใจ ดังนั้นพวกเราจึงใคร่ขอความอนุเคราะห์จากท่านผู้นำฝ่ายค้านและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญของสภาผู้แทนราษฎร และมีภาระกิจสำคัญคือการช่วยเหลือประชาชน ได้โปรดพิจารณาหาทางช่วยเหลือในการผลักดันการ แก้ไขวิกฤติ ก่อนที่จะเข้าช่วงวิกฤติครั้งต่อไปในต้นปี 2564 นี้