สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

สภาลมหายใจฯ ร่วมถอดบทเรียนแก้ปัญหาฝุ่นควัน ”ปักธงปีหน้าต้องดีขึ้นกว่าปีนี้

สภาลมหายใจเชียงใหม่ ร่วมถอดบทเรียน”กำหนดเผาแก้ปัญหาฝุ่นควัน ปี 64” ภาคประชาชน เอกชน วิชาการ มองตรงกัน “เสนอให้เร่งจัดพื้นที่การใช้ประโยน์ให้ชัด ตั้งชาวบ้านเป็นผู้ดูแลป่า”

การประชุมสัมมาเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียนเพื่อกำหนดมาตราการจัดทำแผนและเตรียมความพร้อมในการแก้ปัญหามลพิษหมอกควัน ซึ่งมีทุกภาคส่วนเข้าร่วม โดยมีการแบ่งออกเป็น 4 ย่อย ประกอบด้วย กลุ่มคณะทำงานศูนย์บัญชาการแก้ปัญหาฝุ่นควันและไฟป่า จังหวัดเชียงใหม่ ระดับอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลุ่มภาควิชาการ ภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม กลุ่มหน่วยงานด้านป่าไม้ และกลุ่มผู้นำท้องถิ่น องค์กรณ์ปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อถอดบทเรียนและอภิปรา 5 ประเด็นหลัก คือ ระบบสั่งการ การสร้างการรับรู้ การลดปริมาณเชื้อเพลิง การบังคับใช้กฎหมาย และการมีส่วนร่วม

หนึ่งในกลุ่มที่หน้าสนใจ คือ ห้องกลุ่มที่ 2 ซึ่งมีทั้ง ภาควิชาการ ภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ในกลุ่มร่วมกันอภิปรายถึงสาเหตุการเกิดไฟป่า ในช่วงเดือนมกราคม จนถึงเมษายน ซึ่งสภาพอากาศปิด ว่าเกินกว่าร้อยละ 95 เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และป่าสงวนแห่งชาติ ไว้หลายข้อ ทั้งการเผาเพื่อหาของป่า ขยายพื้นที่ทำกิน ทำเกษตรเชิงเดี่ยว ความขัดแย้ง การจัดการเชื้อเพลิงเพื่อเตรียมแปลงเกษตร ขณะที่ภาคเมือง การใช้รถยนต์ส่วนตัว และโรงงานอุตสาหกรรม ยังเป็นสาเหตุด้วย

นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานคณะกรรมการอำนวยการสภาลมหายใจเชียงใหม่ ระบุว่า หมดยุคของการโทษกันไปมา ขณะที่เรามีเครื่องมือต่างๆเพิ่มขึ้นปัญหาก่อนหนักขึ้นทุกปี การจะแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน สิ่งแรก คือต้องมองและเห็นในสิ่งเดียวกันก่อน แม้วันนี้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่หลายปัญหาต้องเร่งเดินหน้าและขับเคลื่อนต่อให้ได้ ไม่ใช่รอแก้ แค่ช่วงวิกฤติ ภาคราชการเองก็ต้องมีแผนแบบนี้ด้วยเช่นกัน ต้องร่วมสร้างระบบการทำงานแบบบูรณาการกันทุกฝ่าย เพื่อก้าวพ้นข้อจำกัด โดยยึดเป้าหมายการแก้ฝุ่นควันที่สาเหตุทั้งในพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร พื้นที่เมือง คมนาคม อุตสาหกรรมและเพื่อนบ้าน แก้ปัญหาโดยใช้ข้อมูลความรู้วิชาการเป็นฐาน เปลี่ยนการทำงานแบบบนลงล่าง มาใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง(Area base) เชื่อมโยงพลังในฐานะผู้ได้รับผลกระทบและฐานะพลเมืองเชียงใหม่ ปักธงปีหน้าต้องดีขึ้นกว่าปีนี้ 

ในการอภิปรายข้อเสนอ จากภาคประชาชนนักวิชาการ เอกชน และภาคประชาสังคม มีการสรุปข้อเสนอ เพื่อกำหนดมาตรการจัดทำแผนและเตรียมความพร้อมฯ ในปีหน้า ไว้ 16 แนวทางหลัก ประกอบด้วย
1.ส่วนที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจสอบและวิเคราะห์จุดความร้อนให้ถูกต้องแม่นยำ
2.ต้องเร่งทำแผนที่ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง-ชื้น รวมทั้งแนวกันไฟในแต่ละเขตพื้นที่ให้ชัดขึ้น เห็นระบบนิเวศของป่า
3.รวมพลังทุกภาคส่วน กันเขตชุมชนและที่ทำกิน ออกจากป่าธรรมชาติให้แล้วเสร็จ นำร่องในนาม “เชียงใหม่โมเดล”โดยใช้ข้อมูลข้อเท็จจริง ตามหลักวิชาการ
4.สร้างกระบวนการวางแผนและแก้ปัญหาฝุ่นควันอย่างยั่งยืน บูรณาการทั้งดูแลป่า ป้องกันไฟ และแก้ปัญหาฝุ่นควัน ร่วมกับชุมชน วางระเบียบกติกา โดยมีคณะกรรมการบริหาร
5.มีการจัดการบริหารเชื้อเพลิงในแบบวิชาการ และแผนบริหารฯ อย่างชัดเจน ที่ทุกฝ่ายยอมรับ
6.สนับสนุนและให้กำลังใจพื้นที่ Best Practice ที่สามารถจัดการและแก้ปัญหาไหป่าและฝุ่นควันได้ และเข้าไปสนับสนุนพื้นที่ที่มีการเผาซ้ำซากโดยเร่งด่วน
7.จัดทำข้อมูลเชิงวิชาการ เพื่อนำมาวางแผนในการแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันอย่างยั่งยืน
8.ส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนในป่า เป็นอาสาสมัครพิทักษป่า โดยมีการสร้างแรงจูงใจ เช่น มีสวัสดิการบางอย่างให้ หรือตั้งเป็นกองทุนชุมชน ขณะที่ภาคเอกชนจะทำ Blockchain ที่สนับสนุนชุมชนดูแลและแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันได้เป็นอย่างดี
9.จัดเวทีวิชาการ เรื่องการจัดการที่ดินและการบริหารจัดการเชื้อเพลิง ให้เป็นที่ยอมรับ รับรู้ร่วมกันทุกฝ่าย
10.ภาคธุรกิจจะสนับสนุนการตลาด เพื่อลดการเผา
11.เสนอให้ อปท. เป็นแกนประสานการทำงานในระดับพื้นที่ ร่วมกับท้องที่ และชุมชน
12.ลดแหล่งเกิดมลพิษอากาศในภาคเมือง เช่นการเดินทางขนส่ง โรงงานอุตสาหกรรม อย่างเท่าเทียมกันกับชาวบ้านและพื้นที่ป่า
13.เพิ่มพื้นที่สีเขียวในทุกพื้นที่ ตั้งแต่ระดับครัวเรือน ชุมชน และเมือง ให้เกิดความสมดุล
14.เสนอให้ฝ่ายนโยบายปลดล็อคข้อกฎหมายบางข้อ เพื่อให้นโยบาย”เชียงใหม่โมเดล”เกิดขึ้นจริง
15.ปลูกจิตสำนึก ตั้งแต่เด็ก ให้กับนักเรียน นักศึกษา รับรู้ เข้าใจ และรับมือปัญหาฯ โดยให้คณะกรรมการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ มีบทบาทหรือผลักดันให้ชัดเจนขึ้น
และ 16. มีข้อเสนอให้ จัดเก็บภาษี สร้าง “กองทุนเชียงใหม่ยั่งยืน”เพื่อใช้ในการบริหารจัดการฯ

ขณะที่ช่วงบ่าย มีการอภิปรายผลการถอดบทเรียนของแต่ละกลุ่ม ก่อนจะมีการสรุปและจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการ ปี 2564 และข้อเสนอแนะต่อไป

#สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin