สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

สภาลมหายใจฯ ลงพื้นที่รอบ 2 ส่งมอบของ เตรียมความพร้อมให้ 30 ชุมชน ฝาง-ไชยปราการ

(21 พฤษภาคม 2563) สภาลมหายใจเชียงใหม่ ร่วมกับมูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ และอาสาสมัครฯ ม.แม่โจ้ ลงพื้นที่ส่งมอบเครื่องเป่าลม 21 เครื่อง เครื่องพ่นน้ำ 24 เครื่อง หัวคราด 240 หัว และสิ่งของที่ได้รับบริจาคเพิ่มเติม ให้กับ 12 ชุมชน ในพื้นที่ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ พร้อมทั้งร่วมหารือถึงแผนเตรียมการจัดการไฟป่าในปี 2564 และระยะยาว กับฝ่ายปกครอง

โดยมีแกนนำชุมชน บ้านถ้ำง็อบ บ้านปาง บ้านถ้ำผาผึ้ง ต.หนองบัว บ้านหัวฝาย บ้านถ้ำตับเต้า บ้านผาจม-ปางมะขามป้อม ต.ศรีดงเย็น และ บ้านป่าแดง บ้านดอยหล่อ บ้านใหม่พัฒนา ต.แม่ทะลบ อ.แม่ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ เป็นผู้รับมอบ

นายอนวัช สัตตบุศย์ นายอำเภอไชปราการ ระบุว่าปัญหา​ที่พื้นที่ประสบ คือการผลิตข้าวโพด​ในพื้นที่​ป่า​ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการส่งเสริมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่กลับ​กันทาง​กระทรวงมหาดไทย กลับไม่สนับสนุน​ให้ปลูก​เลย​ ต้องขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบาย ในการออกระเบียบกฎเกณฑ์​ และกฎหมาย​ โดยได้เสนอแนะ​ไว้ 2 ประเด็น คือ เชียงใหม่​ควรออกกฏในการห้ามปลูกข้าวโพด​เลี้ยง​ทุกประเภ​ท และควรมีกฏหมายให้​ เห็ดเผาะ(เห็ดถอบ)​ และ​ ผักหวานป่า​ เป็นของป่าสงวน

ขณะที่ช่วงบ่าย ได้ร่วมกับนายอำเภอฝาง และป้องกันบรรเทาสาธารณะภัยสาขาอำเภอฝาง ส่งมอบเครื่องเป่าลม 36 เครื่อง เครื่องพ่นน้ำ 36 เครื่อง หัวคราด 360 หัว ให้กับชาวบ้านใน 7 ตำบล รวม 18 ชุมชน(รวม อส.ฝาง)

โดยมีการแกนนำชุมชน บ้านเวียงหวาย บ้านดอยป่าคา บ้านหนองไผ่ ต.ม่อนปิน บ้านปางปอย บ้านแม่ป่าไผ่ บ้านดอยป่าไผ่ บ้านหลวง บ้านปางควาย บ้านสันมะกอกหวาน บ้านยาง ต.แม่งอน บ้านใหม่หัวฝาย บ้านเปียงกอก บ้านต้นผึ้งใต้ ต.โป่งน้ำร้อน และชุมชน ต.แม่สูน ต.แม่ข่า ต.แม่คะ ต.เวียง เป็นผู้รับมอบ

นายชัชวาลย์ ปัญญา นายอำเภอฝาง กล่าว​ว่า ต้องยอมรับว่าปัญหา​ที่เกิดมาจากคน​ ที่มีความจำเป็น​ในการเผาป่าเพื่อหารายได้ เลี้ยงดูตนเอง​และครอบครัว​ ซึ่งการจะแก้ไขปัญหา จึงต้องเริ่มแก้ปัญหาที่​คนก่อน​ สิ่งที่อยากให้มีการส่งเสริมและสนับสนุนต่อ คือการสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน​ ในวิธี​การรูปแบบต่างๆ​ การจัดการเชื้อเพลิงในป่า(ใบไม้​) ในแบบที่ไม่มีการเผา  เช่น​ การจ้างชาวบ้านในพื้นที่ดูแลรับผิดชอบ​ต้นไม้และป่า​ แบบมีเงินเดือนและกำหนดพื้นที่ดูแลตามความเหมาะสมเป็นเวลา​ประมาณ​ 16​ ปี​ ตามแนวคิด ช่วงเวลาในการเลี้ยงดูส่งบุตรหลานเรียนหนังสือจนจบ และการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน​ ชุมชน​ กับภาครัฐ​ เช่น​ การปลูกต้นไม้ ที่ขาวบ้านสามารถสร้างรายได้​ เช่น​ กาแฟ​ เมี้ยง เป็น​ต้น​

และขอบคุณสภาลมหายใจเชียงใหม่ ที่เป็นตัวแทนของประชาชน นำส่งของที่ได้รับการสนับสนุนและบริจาค มามอบให้กับชาวบ้าน ซึ่งยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ชาวบ้านยังมีต้องการและจำเป็น ยินดีที่จะร่วมมือกับส่วนงานโครงการที่เกี่ยวข้องของสภาลมหายใจเชียงใหม่ และ องค์กรภาคีภาคสังคมและภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาในระยะยาว

ปัจจุบันสภาลมหายใจเชียงใหม่ ลงพื้นที่รอบที่ 2 เพื่อส่งมอบสิ่งของและเตรียมพร้อมให้กับชุมชนไปแล้ว 145 ชุมชน ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยหนึ่งเป้าหมายหลักจากนี้ คือจะรอแก้ปัญหาแค่ในระยะเผชิญเหตุ แต่จะเดินหน้าวางแผน และขับเคลื่อนการทำงานในระยะยาว ร่วมกับส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin