สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

สรุปงานเขียวสู้ฝุ่น (กรกฎาคม ธันวาคม 2563)

งานเขียวสู้ฝุ่น มีเป้าหมาย เชื่อมร้อยและผลักดันการฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ / พัฒนาแนวทางการจัดการเมืองสีเขียว เพื่อลดฝุ่นควันจังหวัดเชียงใหม่ มีแผนดาเนินงาน 3 แผน คือ

แผนงานที่ 1 พัฒนาความร่วมมือ เชื่อมร้อย และผลักดันการพัฒนากลไกในการจัดการสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่


สร้างกระบวนการหนุนเสริม หาช่องทาง ขับเคลื่อนประเด็นการจัดการร่วมด้านสิ่งแวดล้อมให้เกิดประสิทธิภาพโดยภาคพลเมือง ร่วมกับ อปท. ภาคเอกชนและภาครัฐ ได้แก่งาน สภาพลเมือง สภาเมือง สภายางนา ฯลฯ

งานที่ดำเนินการผ่านมา

  1. จัดเวที พัฒนาแผนความร่วมมือจัดการฝุ่นควัน โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ และอำเภอใกล้เคียง คือ อำเภอสารภี และอำเภอหางดง ร่วมกับสภาลมหายใจเชียงใหม่ และเครือข่ายเขียว สวย หอม เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2563 ณ สวนสุขภาพบ้านเด่น มี อปท.เข้าร่วมทั้งสิ้น 7 อปท. คือ
  1. เทศบาลนครเชียงใหม่
  2. เทศบาลตำบลชมพู
  3. เทศบาลตำบลหนองหอย
  4. เทศบาลตำบลสารภี
  5. เทศบาลตำบลสันผักหวาน
  6. เทศบาลตำบลหนองป่าครั่ง
  7. เทศบาลตำบลท่าศาลา

จากเวทีดังกล่าว ได้เกิดข้อเสนอร่วมกันที่จะขับเคลื่อนการทางานเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันในเขตพื้นที่อาเภอเมืองเชียงใหม่ และอาเภอใกล้เคียง โดยมีกลไกการจัดการเกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ เพื่อส่งผลดาเนินการร่วมกันในระยะยาว ไม่ใช่แค่ในช่วงวิกฤตฝุ่นควันในระยะ 3 เดือน กุมภาพันธ์ – เมษายน

ข้อเสนอร่วม ดังนี้

  1. ด้านการจัดการขยะ เศษใบไม้ กิ่งไม้ การแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์(ปุ๋ยใบไม้) และผลิตภัณฑ์จากกิ่งไม้ ใบไม้ เพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ให้กับชุมชน และเป็นการลดปัญหาการเผา จะทาให้เกิดการขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ได้อย่างไร
  2. ด้านสุขภาพ การเก็บข้อมูลสุขภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลสุขภาพผลกระทบจากฝุ่นควันในแต่ละพื้นที่/ชุมชน นามาพูดคุยร่วมและไปสู่การออกแบบการจัดการในพื้นที่ นาข้อมูลมาใช้ในการสร้างความตระหนักให้กับประชาชน
  3. มีการวัดผลการเปลี่ยนแปลงหลังการจัดการฝุ่นควัน ตัวชี้วัด/ผลที่เกิดขึ้น จากการจัดการฝุ่นควันของภาคเมือง เช่น ปริมาณพื้นที่สีเขียวในการดูดซับฝุ่น (พื้นที่สาธารณะ/อาคาร/โรงแรม/โรงพยาบาล/ที่ส่วนบุคคล) , ประสิทธิภาพในการจัดการพื้นที่สีเขียว(พื้นที่สีเขียวเชิงคุณภาพ) ,
  4. มีมาตรการตรวจจับควันดา การสนับสนุนบริการประชาชนดูแลเครื่องยนต์ โดยร่วมมือกับอาชีวะ วิทยาลัย นานักศึกษามาให้บริการดูแลเครื่องยนต์เพื่อลดควันดา
  5. การเชื่อมโยงการทางานระหว่างพื้นที่ชุมชน
    – การเดินทางคาร์บอนต่า ส่งเสริมให้ประชาชนหันมาปั่นจักรยาน อยากให้มีการทาเส้นทางจักรยาน ทาให้ปลอดภัยสามารถใช้เดินทางในชีวิตประจาวันได้
    – การผลักดันทางจักรยานบนถนนใหญ่/สายหลัก ตีเส้นทางจักรยานเฉพาะ นาเสนอกับอบจ กรมทางหลวง คมนาคม
    – การบริหารจัดการพื้นที่สีเขียวร่วมกัน การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ในวัดโรงเรียน พื้นที่สาธารณะและพื้นที่ริมถนน (การจัดการต้นไม้ริมถนน)
    – การทำเครือข่ายพื้นที่สีเขียวในแต่ละตาบล รวมถึงการสร้างพื้นที่อาหารในเมือง ผักอินทรีย์ เกษตรอินทรีย์ ทาให้เกิดการขยายผล ขยายความร่วมมือไปในระดับครัวเรือนและชุมชนเพิ่มมากขึ้น
  1. การวางแผนในการจัดการพื้นที่รกร้างว่างเปล่า ในพื้นที่เมืองและพื้นที่รอบเมือง ทั้งในส่วนของการป้องกันความเสี่ยงในการเกิดไฟไหม้จากหญ้าและขยะจากการลักลอบนามาทิ้ง และการปรับปรุงพื้นที่รกร้างว่างเปล่าให้เป็นพื้นที่สีเขียว พื้นที่ปลูกผัก – พื้นที่การเกษตร
  2. การจัดการระบบการจราจรและขนส่ง การจัดการลดปริมาณรถที่เข้ามาสู่พื้นที่เมืองเชียงใหม่ในช่วงอากาศปิด โดยร่วมกันหาระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถราง หรือรถรับส่ง ที่สามารถให้บริการประชาชนที่ต้องการเข้ามาทากิจกรรมในพื้นที่เมือง
  3. ขยายบ้านสู้ฝุ่น ต้นไม้สู้ฝุ่น วัดสู้ฝุ่น โรงเรียนสู้ฝุ่น ไปสู่ชุมชนและพื้นที่ต่าง ๆ ร่วมกัน (ร่วมในแคมเปญจัดประกวดบ้านสู้ฝุ่นในเขตเทศบาล)

2.จัดประชุมคณะกรรมการคุ้มครองพื้นที่สิ่งแวดล้อมฯ

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2563 ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้แทนจากภาคหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่, สานักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่, สานัก 16, เทศบาลในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม (ถนนต้นยางนา 106) มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จากเวทีครั้งนี้ เกิดข้อสรุปร่วมกัน ดังนี้

1.พัฒนาแนวทางการจัดการถนนยางนาเชียงใหม่ ลาพูน และขยายผลไปยังถนนสายต้นไม้อื่นๆ ได้แก่ ถนนสายฉาฉา สันกาแพง เป็นต้น
2.จัดหาอุปกรณ์เทคโนโลยี (เช่น เครื่องสแกนต้นไม้) ตรวจสอบสุขภาพต้นไม้เพื่อลดอุบัติเหตุและดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่
3.ออกแบบการปรับพื้นผิวถนนเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพต้นยางนา/ต้นไม้ใหญ่

3.พัฒนาอาชีพรุกขกรรม โดยการจัดอบรมเชิงปฎิบัติการทักษะหัวหน้างานรุกขกรรม

ณ วัดเจ็ดยอด เมื่อวันที่ 7-11 กันยายน 2563 โดยครูฝึกหมอต้นไม้ ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการดูแลต้นไม้ในเขตเมือง การตัดแต่งกิ่งต้นไม้ตามหลักรุกขกรรม คือ ศ.กิตติคุณ เดชา บุญค้า, อ.ธราดล ทันด่วน, ผศ.บรรจง สมบูรณ์ชัย, วิทยากรจากกรมป่าไม้,และรุกขกรมืออาชีพ ผู้สนใจเข้าร่วมอบรมจากหลากหลายกลุ่ม เช่น เจ้าหน้าที่ อบจ./ ท้องถิ่น/ นักวิชาการ/ ผู้ประกอบอาชีพรับเหมางานจัดการต้นไม้/ ชุมชน / ผู้ประกอบการ

4.พัฒนากิจการเพื่อสังคม โดยการออกแบบผลิตภัณฑ์จากใบไม้ / กิ่งไม้ / ท่อนไม้เพื่อลดการเผา

จัดงานออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมและลมหายใจ ณ สวนสุขภาพบ้านเด่น เมื่อวันที่ 5-13 ธันวาคม 2563 โดยร่วมกับสมาคมยางนา ขี้เหล็ก สยาม การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากยางนาที่ได้รับการตัดแต่งกิ่ง ซึ่งมีจานวนทั้งในส่วนของใบสด ใบแห้ง กิ่งไม้ ท่อนไม้ขนาดกลางและใหญ่มากมายมหาศาล เหล่านี้ได้ถูกนามาคิดค้นให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่ใช้ประโยชน์ต่อได้ เช่น ใบแห้งทาเป็นปุ๋ยหมักใบไม้ นามาขึ้นรูปเป็นกระถางปลูกต้นไม้ ใบสดนามาต้มย้อมผ้าจากใบยางนา กิ่งไม้ท่อนไม้ออกแบบเป็นของเล่นเด็ก ม้านั่ง และบ้านสัตว์ ซึ่งมีการนามาแสดงและจัด Work Shop เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้และนาไปพัฒนาต่อยอดในเชิงเศรษฐกิจในพื้นที่ได้ และการทา eco print คือการทุบพิมพ์ลายใบไม้ลงบนผืนผ้า เป็นงานศิลปะเชิงสร้างสรรค์ เสริมกระบวนการเรียนรู้ให้แก่เด็กตั้งแต่อายุ 4 ขวบขึ้นไปได้

5.รณรงค์ให้ความรู้ บ้านสู้ฝุ่น สาหรับชุมชนเมือง

โดยการจัดอบรมให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไป และชุมชนในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 ณ สวนสุขภาพบ้านเด่น โดยมีวิทยากร ผศ.ดร.เยาวนิตย์ ธาราฉาย ผู้เชี่ยวชาญด้านไม้สู้ฝุ่น จากทีมวิจัยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มาให้ความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ไม้และคุณสมบัติของต้นไม้ที่สามารถดักจับฝุ่นละอองขนาด 10 ไมคอนได้ ซึ่งเป็นชุดความรู้ที่สามารถรณรงค์เผยแพร่ให้แก่ประชาชนได้รับรู้เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้าน ในชุมชนของตนเองได้

6.งาน Eco trip มนต์รักษ์ยางนา

จัดกิจกรรมนั่งรถรางไฟฟ้า เขียวชมเมือง เรียนรู้นิเวศประวัติศาสตร์ถนนสายต้นยางนา เมื่อวันที่ 10 และ 13 ธันวาคม 2563 โดยเริ่มจากสวนสุขภาพบ้านเด่น ไปจนถึงแดนเมือง เชียงใหม่/ลาพูน โดยมี อาจารย์ ดร.เพ็ญสุภา สุขตะ เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และเห็นคุณค่าของนิเวศประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกันระหว่างเมืองและพื้นที่รอบๆเชิงดอยสุเทพ

แผนงานที่ 2. ปฏิบัติการ เตรียมคน/ บ้าน/ โรงเรียน/ วัด+ชุมชน/ เมือง+ดอย สู้ฝุ่นควัน

  1. งาน”อัศวินสู้ฝุ่น” รุ่นที่ 1 เป็นงานสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ เยาวชน อายุตั้งแต่ 6-10 ปี จานวน 35 คน ผ่านฐานเรียนรู้และลงมือปฎิบัติเพื่อสัมผัสสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว มีทั้งหมด 4 ฐานเรียนรู้ คือ ฐานดิน –ฝึกการเพาะปลูกอาหาร เช่น ทาปุ๋ยหมักจากเศษอาหารในบ้าน เพาะเมล็ด การปลูกผักในกระถาง, ฐานน้า – เรียนรู้ระบบนิเวศจากฝ่ายพญาคา ,ฐานลม – เด็กๆ ได้เรียนรู้จักเมล็ดพันธุ์ต่างๆ ,ฐานไฟ –พาเด็กๆ เรียนรู้วิถีแห่งไฟ การเกิดไฟป่า ปัญหาฝุ่นควัน โดยพาเด็กๆ สัมผัสป่าแถวเชิงดอยสุเทพ โดยต่างๆ เราได้ประสานความร่วมมือจากภาคหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์ดอยสุเทพ, สานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่, สวนสุขภาพบ้านเด่น, อุทยานแห่งชาติห้วยแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่เรียนรู้ให้กับเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี

ผลที่เกิด

  1. เกิดทีมกระบวนกรร่วมพัฒนากระบวนการเรียนรู้ฝุ่นควัน (ดิน น้า ลม ไฟ) สาหรับเด็กวัย 4-10 ขวบ จากโรงเรียนปัญญาเด่น, ศูนย์การเรียนรู้อาภา, HappyTree, ศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพเฉลิมพระเกียรติฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเขียวสวยหอม เพื่อขยายผลในลาดับต่อไป
  2. เด็กเล็กมีความเข้าใจและได้เรียนรู้การดูแลตัวเองจากปัญหาฝุ่นควัน
  3. เกิดการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการร่วมทากิจกรรมด้านฝุ่นควัน
  4. เกิดทีมอาสาสมัครคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจกระบวนการทางานสู้ฝุ่นที่เหมาะสมกับเยาวชน มีความเข้าใจเด็กเล็ก และเรียนรู้เรื่องการดูแลธรรมชาติไปพร้อมๆกัน
  5. การใช้พื้นที่ของหน่วยงานต่างๆ เป็นพื้นที่บ่มเพาะ/เรียนรู้ สาหรับเด็กและเยาวชน

2. “โรงเรียนสู้ฝุ่น” โดย ศูนย์การเรียนรู้อาภา จัดอบรมเชิงปฎิบัติการ “เพาะรักษ์ เพื่อลมหายใจ” gเมื่อวันที่ 3-4 กันยายน 2563 และการจัดค่าย “เพราะรักษ์ เพื่อลมหายใจ” ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2563 โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กๆ อายุตั้งแต่ 3-12 ปี และผู้ปกครอง รวมถึงภาคีเครือข่ายที่สนใจเข้าร่วม เพื่อเรียนรู้ บ่มเพาะ ความอัศจรรย์ใจในสรรพสิ่ง ด้วยบทเพลงและนิทาน การปลูกพืชผัก เรียนรู้อาณาจักรพืช ที่เชื่อมโยงกับมนุษย์ ปลูกความรักในธรรมชาติ และสร้างสรรค์งานศิลปะจากธรรมชาติรอบๆตัว

ผลที่เกิด

  1. มีเด็กอายุระหว่าง 4-12 ปี เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 28 คน จากการสังเกตเด็กๆ มีความสุขและสนุกกับการเรียนรู้ ผู้ปกครองส่วนใหญ่สะท้อนว่าเด็กประทับใจ และอยากเข้าร่วมกิจกรรมอีก
  2. ได้อาสาสมัครในการทางานเรื่องสิ่งแวดล้อมกับเด็กที่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่สนใจและอยากมาเรียนรู้กระบวนการอย่างต่อเนื่อง
  3. มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย ครู ผู้ปกครองของศูนย์การเรียนอาภา เครือข่ายที่ทางานด้านสิ่งแวดล้อม สื่อทางเลือก ผู้สูงอายุ และผู้สนใจทั่วไป
  4. ผู้เข้าร่วมเข้าใจหลักในการดูแลเยียวยาตัวเอง สามารถนากลับไปปฏิบัติต่อด้วยตัวเองได้
  5. ผู้เข้าร่วมได้ผ่อนคลาย ได้คลี่คลายสิ่งที่ตกค้างอยู่ในร่างกายและจิตใจ
  1. “ชุมชนสู้ฝุ่น” สร้างกระบวนการเรียนรู้แก่ชุมชนเมือง เพื่อพัฒนาพื้นที่สีเขียว ร่วมกับ โครงการการสานพลังภาคีขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่นครสุขภาวะอย่างยั่งยืน จังหวัดเชียงใหม่ ดาเนินการในพื้นที่ 3 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนหมื่นสาร ชุมชนสวนดอก และชุมชนป้านปิง โดยชุมชนได้จัดทาแผนงานการจัดการพื้นที่สีเขียวเพื่อนาไปสู่ อากาศสะอาด สร้างการเรียนรู้ร่วมกัน และมีส่วนร่วมในการลดปัญหาฝุ่นควันในเขตเมือง โดยมีกลไกการทางานในระดับชุมชน ในรูปแบบ คณะกรรมการขับเคลื่อนงาน ชุมชนละ 10 คน มีเป้าหมายร่วมกัน ดังนี้
  2. เกิดคณะทางานที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อน”การสร้างชุมชนสีเขียว” และมีความรู้ความเข้าใจเรื่องฝุ่นควัน มลพิษทางอากาศ
  3. เกิดแผนงานการสร้างชุมชนสีเขียวโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่าย
  4. เกิดการปฏิบัติการสร้าง “ชุมชนสีเขียว” ทั้งระดับครอบครัวและชุมชน
  5. เกิดพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นทั้งในระดับครอบครัวและพื้นที่สาธารณะเป็นรูปธรรม “ชุมชนสีเขียวในเขตเมือง”

4.”วัดสู้ฝุ่น” โครงการออกแบบปรับปรุงผังแม่บท วัดทรายมูลพม่า โดยสายบุญสีเขียว สภาลมหายใจเชียงใหม่ ร่วมกับ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ออกแบบผังแม่บท เพื่อการพัฒนาและแก้ปัญหาการใช้ที่ดินภายในวัด

5.”เมืองสู้ฝุ่น” โครงการสวนผัก “แปลง ปลูก ปัน” การทาเกษตรในเมือง เพื่อแก้ไขวิกฤตขาดแคลนอาหารในช่วงโรคระบาดโควิด 19 ระยะดาเนินโครงการ 5 เดือน คือ พฤษภาคม กันยายน 2563 โดยร่วมกับกลุ่มสวนผักคนเมือง มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) พื้นที่ดาเนินงานทั้งหมด 11 พื้นที่ ทั้งในพื้นที่ชุมชนเมือง และชุมชนรอบๆเมือง ดังนี้
1.ชุมชนเมืองกาย ต.หนองหอย อ.เมืองเชียงใหม่
2.ชุมชนวัดหมื่นสาร+ ศรีสุพรรณ ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่
3.ชุมชนสวนดอก + หอสมุดรัชมังคลา อ.เมืองเชียงใหม่
4.บ้านสันป่าเลียง ม.4 ต.หนองหอย อ.เมืองเชียงใหม่
5.บ้านขวัญเวียง ต.สันผักหวาน อ.หางดง
6.บ้านท้าวผายู ต.สันผักหวาน อ.หางดง
7.ร้านกาแฟดิน ต.หนองควาย อ.หางดง
8.เกสต์โฮม ไปยาลน้อย และร้านกาแฟข่วงม่วน ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่
9.ชุมชนในเขตเทศบาลตาบลท่าศาลา ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่
10.บ้านท่าข้าม ม.4 เทศบาลเมืองแม่เหียะ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่
11.เทศบาลตาบลชมภู ต.ชมภู อ.สารภี

หลังจากจบโครงการ ในพื้นที่ยังมีการดาเนินงานกันอย่างต่อเนื่อง และมีการสรุปบทเรียนการทางานร่วมกัน เพื่อยกระดับพัฒนางานให้เกิดความยั่งยืน และนาไปสู่การพัฒนาในด้านอื่นๆ ในพื้นที่ ซึ่งจัดไปเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2563 ณ สวนสุขภาพบ้านเด่น ดังนี้

ผลที่เกิด

  1. เกิดพื้นที่อาหารปลอดภัย ทั้งในเมืองและชานเมือง
  2. เกิดกลไกการบริหารจัดการพื้นที่สีเขียวร่วมกันในหลากหลายรูปแบบ
  3. เกิดเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ อ.เมือง 11 พื้นที่
  4. ได้ความรู้ ความสุขใจ เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
    แผนงานร่วม
  5. พื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการทาเกษตรในเมือง
  6. การแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ และแหล่งผลิตต้นกล้าผักอินทรีย์ ปุ๋ยหมัก
  7. การจัดการท่องเที่ยวเกษตรสีเขียว
    -โครงการตัดแต่งกิ่งต้นไม้ใหญ่ ตามหลักรุกขกรรม ร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่ เป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมแผนพัฒนาเทศบาลนครเชียงใหม่ 5 ปี (พศ.2561-2565) แผนพัฒนายุทธศาสตร์ที่ 2 การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งประกอบไปด้วย
    –การปลูกจิตสานึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    –การเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมมลพิษทางอากาศ และเสียง
    –การป้องกันปัญหาน้าท่วมขังและปรับปรุงคุณภาพน้า
    –การดูแลรักษาและพัฒนาพื้นที่สีเขียวให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
    ซึ่งการจัดการต้นไม้เป็นกระบวนการปลูกจิตสานึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และการตัดแต่งตามหลักรุขกรรม ก็คือการดูแลต้นไม้ใหญ่ตามวิถีปฏิบัติที่ถูกต้องสาหรับคนและต้นไม้ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย สวยงามและยั่งยืน
    การตัดแต่งต้นไม้ใหญ่ในเขตเมือง ได้ร่วมมือกับเทศบาลนครเชียงใหม่ ตัดแต่งต้นฉาฉาเพื่อความปลอดภัยตามหลักรุขกรรม ดังนี้
  8. ต้นฉำฉาบริเวณแจ่งศรีภูมิ 2 ต้น
  9. ต้นฉำฉาประตูช้างเผือก
  10. ต้นฉำฉาหน้าสมาคมจีนเตี้ยเอี๊ย เชียงใหม่
  11. ต้นฉำฉาหน้าโรงแรม Rain Tree
  12. ต้นฉำฉาบริเวณสะพานนวรัฐ ฝั่งตะวันออก
  13. ต้นฉำฉาถนนเจริญประเทศ
  14. ต้นฉำฉาประตูคณะวิทยาศาสตร์
  15. ต้นฉำฉาหน้าโรงน้าแข็งวังสิงห์คำ

-โครงการฟื้นฟูต้นยางนา ต้นไม้หมายเมือง วัดเจดีย์หลวง ต้นยางนาอายุเก่าแก่ปลูกในสมัยพระเจ้ากาวิละ ปัจจุบันต้นยางนามีสภาพค่อนข้างทรุดโทรม จานวนใบลดลง มีกิ่งแห้ง เนื่องจากต้นยางนาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม มีการก่อสร้างพื้นคอนกรีตล้อมรอบโคนต้น ทาให้ปริมาณน้าและอากาศในดินไม่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของต้นยาง จากโครงการเชียงใหม่สู่เมืองมรดกโลก ทาให้เกิดความร่วมมือกันเพื่อจัดการฟื้นฟูสุขภาพต้นยางนา โดยคณะสถาปัตยกรรม มช. เป็นผู้ออกแบบผังการปรับปรุงบริเวณรอบๆ ต้นยางนาเพื่อฟื้นฟูระบบรากและสุขภาพต้นยางนา ออกแบบภูมิทัศน์ใหม่เพื่อความเหมาะสมในการใช้พื้นที่ในงานประเพณีได้ เป็นการสร้างแนวทางในการจัดการ ดูแล อนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ในเมืองต่อไป

แผนงานที่ 3 ขับเคลื่อนแผนงานจัดการพื้นที่สีเขียว ปลูกต้นไม้ล้านต้น และติดตามประเมินผล ทั้งภาคเมืองและภาคชนบท

โครงการปลูกต้นไม้ล้านต้น ภายใน 3 ปี เพื่อร่วมกันฟื้นฟูพื้นที่ป่าให้มีความสมบูรณ์ และเพิ่มจานวนต้นไม้ท้องถิ่น ชุมชน และปลูกจิตสานึกให้กับเยาวชน ประชาชนในชุมชนรู้จักอนุรักษ์ จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบคือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีองค์กรร่วมดาเนินงาน คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพื้นที่ดาเนินการ, แขวงทางหลวงชนบทเชียงใหม่, มูลนิธิเพื่อลมหายใจเชียงใหม่, สมาคมยางนา ขี้เหล็ก สยาม, โครงการต้นไม้อาสา ม.แม่โจ้,

เครือข่ายเขียว สวย หอม ที่ผ่านมาดำเนินการไปแล้ว 2 อาเภอ 3 พื้นที่ คือ บ้านป่าเลา และบ้านสันป่ายาง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ปลูกต้นไม้ไปเมื่อวันที่ 11 กย. 63 ปลูกต้นเหลืองปรีดียาธร ชมพูพันธุ์ทิพย์ และต้นยางนา รวมกว่า 475 ต้น และที่ อ.กัลยานิวัฒนา เมื่อช่วงเดือน ตุลาคม 63

>>ดาวน์โหลดไฟล์เอกสาร มีภาพประกอบ<<

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin