สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

อบจ.เชียงใหม่ เตรียมจัดสรรงบฯ ปี 65 ให้ชุมชนบริหารจัดการ สู้ไฟป่าและฝุ่นควัน

26 กรกฎาคม 2564  ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ สภาพลเมืองเชียงใหม่ เปิดเวทีประชุมครั้งที่ 1/2564 ในประเด็น“วิสัยทัศน์และนโยบายของ อบจ. เชียงใหม่ ตอบโจทย์ประชาชน โดยมี ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ ประธานสภาพลเมืองเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดเวทีฯ ซึ่งมีประธานกรรมการอำนวยการสภาลมหายใจเชียงใหม่ เลขานุการเครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุ 8 จังหวัดภาคเหนือ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้ขอเปิดเวทีฯ และมีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมคณะผู้บริหาร และปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมฟังและตอบข้อซักถาม (การประชุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการประชุมสภาพลเมืองเชียงใหม่ ครั้งที่​ 4​ ปี 2563 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่​ ซึ่งในขณะนั้น นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร เป็นหนึ่งในผู้สมัครฯ ที่ร่วมเวทีและแสดงวิสัยทัศน์ ก่อนได้รับเลือกตั้งฯ)

ไม่ลืม..นโยบายการแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน PM 2.5

นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า ปัญหาฝุ่นควันที่เราต้องเผชิญทุกปี ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่งผลกระทบต่อหลายมิติของจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งสุขภาพ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และเป็นหนึ่งในแผนที่ทาง อบจ.เชียงใหม่ ให้ความสำคัญ ในขณะที่เรายังแก้ปัญหาที่ต้นเหตุไม่ได้ทั้งหมด แผนเตรียมการ และการบริหารจัดการ คือสิ่งที่จำเป็น ช่วงที่ผ่านมา ทาง อบจ. ได้เริ่มทดลองระบบรายงานสถานการณ์ข้อมูล และเว็บไซต์รายงานสถานการณ์ฝุ่นควัน PM 2.5 เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการ และลดความเสี่ยง ร่วมมือกับจังหวัดเชียงใหม่ ทสจ.เชียงใหม่ กรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ นักวิชาการฯ และส่วนที่เกี่ยวข้อง ผลในปีที่ผ่านมาถือได้ผลเป็นอย่างดี ทำให้เห็นว่าเราน่าจะเริ่มมาถูกทาง

“ปี 2564 เราได้ร่วมกับทางจังหวัดเชียงใหม่ และสภาลมหายใจเชียงใหม่ จัดสรรเงินงบประมาณของ อบจ.เชียงใหม่ มากกว่า 13 ล้านบาทให้กับ 644 หมู่บ้านๆ ละ 20,000 บาท และอำเภอๆละ 30,000 บาท เป็นค่าบริหารจัดการฯในพื้นที่ ซึ่งเงินส่วนนี้ถึงมือชุมชน 100% และในปี 2565 ทาง อบจ.เชียงใหม่ ก็จะดำเนินการจัดสรรงบประมาณฯ ให้กับแต่ละหมู่บ้านรอบใหม่ คาดว่าจะได้ไม่น้อยก่อนปีที่ผ่านมาแน่นอน แต่ว่าจะได้เท่าไหร่ และหมู่บ้านไหนจะได้รับบ้าง จะมีขั้นตอนการพิจารณาอีกครั้ง” นายพิชัย ระบุ

ฟังเสียงชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายอำนาจ “คือทางออก”

นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานกรรมการอำนวยการสภาลมหายใจเชียงใหม่ ระบุว่า ขอขอบคุณแทนชุมชน ที่ทาง อบจ.เชียงใหม่ เห็นถึงความสำคัญ และเชื่อมั่นในพลังของภาคประชาชน ขณะเดียวกันก็สะท้อนว่า ต้องการให้ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ มีข้อมูลชุมชน และสังคม ประกอบการตัดสินใจในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงด้วย ซึ่งทุกวันนี้เน้นแต่เพียงข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์เป็นหลัก นอกจากนี้ 400 ชุมชน ที่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ 1,300 ชุมชน ที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ล้วนอยู่ในพื้นที่กฎหมายผิด การถูกกำจัดการพัฒนามาอย่างยาวนาน เป็นหนึ่งในเหตุความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจนมาก หากเป็นไปได้อยากให้ทาง อบจ.เชียงใหม่ มีนโยบายหรือแผนเข้าไปส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ และพัฒนาอาชีพให้กับชุมชนด้วย ซึ่งมีความสัมพันธ์กับปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ไม่เช่นนั้นชาวบ้านก็จะยังอยู่วงจรการผลิตแบบเดิมๆ เช่น เมื่อปลูกข้าวโพด สุดท้ายก็ต้องเผา ขณะที่การแก้ปัญหาฝุ่นควันจากการคมนาคม จังหวัดเชียงใหม่มีแผนและข้อมูลผลการศึกษารถสาธารณะไฟฟ้ารางเบาอยู่แล้ว ต้องการให้ทาง อบจ.เชียงใหม่ ผลักดันให้เกิดจริง ส่วนรถโดยสาธารณะที่มีอยู่เดิม ควรผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงและเชื่อต่อกันอย่างเป็นระบบ ไม่เช่นนั้นประชาชนก็จะเลือกใช้รถส่วนตัวเหมือนที่เป็นอยู่

“อีกหนึ่งข้อที่อยากจะฝากไว้ ในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ผ่านมา เป็นการรวมศูนย์อำนาจอยู่ตรงกลาง คนอยู่ตรงกลางเป็นผู้ตัดสินใจ โดยไม่ได้กระจายอำนาจให้ท้องถิ่น ซึ่งนี่คือปัญหาใหญ่ อยากจะขอให้ทาง อบจ.เชียงใหม่ ร่วมกันผลักดันให้เกิดการกระจายอำนาจมายังท้องถิ่น ซึ่งหากทำได้ การแก้ปัญหาต่างๆ จะสอดสอดกับบริบทเมืองเชียงใหม่อย่างแท้จริง และมีความยั่งยืน” นายชัชวาล ระบุ

ช่วงท้ายของเวทีฯ ซึ่งเปิดให้ผู้เข้าร่วม ซักถามข้อสงสัยและฝากประเด็น มีผู้เข้าร่วมฟังออนไลน์ ฝากคำถามและประเด็นที่น่าสนใจ เช่น การแก้ปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ในฤดูกาลหน้า ทาง อบจ.เชียงใหม่ จะมีแผนอะไรที่ใหม่เป็นพิเศษหรือไม่ และมีการตั้งคำถามว่า สิ่งที่เคยรับปาก ว่าจะแก้ปัญหา PM 2.5 มิติต่างๆ ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง วันนี้ได้ตำแหน่งแล้ว ยังจำได้หรือไม่ และอยากให้ทราบว่าประชาชน คาดหวังให้ อบจ.เชียงใหม่ เป็นหนึ่งในกลไกลสำคัญ ในการผลักดันและช่วยจะช่วยแก้ปัญหานี้ แต่เนื่องจากเวลาจำกัด จึงเป็นเพียงการฝากประเด็นไปยัง นายก อบจ.เชียงใหม่ และคณะผู้บริหารให้รับทราบ

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin