สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

อยากให้ทหารทำอะไร ?

โดย บัณรส บัวคลี่

facebook บัณรส บัวคลี่ ได้โพสต์บทความ อยากให้ทหารทำอะไร ในวาระที่กองทัพภาคที่ 3 ได้จัดตั้งกองบัญชาการ ควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า   ( บก.คฟป.ทภ.3 สน. ) ที่ กองพลทหารราบที่ 7 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยดำเนินการในห้วงวันที่ 1 ธ.ค.63 ถึง 30 เม.ย. 64 

ไม่มีใครถามผมหรอก แต่ผมอยากบอกความต้องการดังๆ ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบและเบื่อกับความล้มเหลวซ้ำซาก มีสิทธิ์บอกความต้องการดังๆ ให้ทางการได้ยิน…..

ระยะหลังมานี้ ทหารมีบทบาทนำติดพันจากยุค คสช. เมื่อถึงฤดูฝุ่นไฟ ทหารจะเข้ามามีบทบาท ในยุคเลือกตั้งแล้ว โครงสร้างการบริหารจัดการเป็นไปตาม พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีคณะกรรมการระดับชาติ และ ผู้ว่าฯ เป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ระดับจังหวัด หรือที่เรียก single command ไม่มีทหารในโครงสร้างนั้น แต่ในทางปฏิบัติรองฯ ประวิตร เป็นทหาร นิยมใช้งานทหาร จึงให้ มท.ภ.3 กำกับดูแลงานระดับภาค บทบาทของทหารจึงขี่ผู้ว่าฯ ในทางปฏิบัติ แม้ปากบอกว่าให้อำนาจผู้ว่าฯตัดสินใจสั่งการทั้งหมดก็ตาม

บางปี ทหารเข้ามา overruled แต่ต้น เดือนกุมภาพันธ์สั่งห้ามเผาเด็ดขาด อ้าว…แผนเดิมเขาวางให้อยู่ในระยะจัดการเชื้อเพลิง ชิงเผา… เลยไม่ได้ทำตามแผน ไลน์บังคับบัญชาเจ๊งหมด นายคนไหนเป็นคนไหน เยอะไปหมด

ทหารมีจุดเด่นคือกำลังพล อุปกรณ์ ความครอบคลุม ฯลฯ แต่ให้ไปดับไฟเองในป่าไม่ได้ ไม่ได้ฝึกทักษะนี้ และไม่ชินพื้นที่ต้องให้ชาวบ้านนำไปดับ ปัญหาอีกอย่างทหารไม่ได้มาพร้อมงบประมาณ หลายครั้งที่ต้องเรียกของบประมาณจากหน่วยหลักไปจ่ายเบี้ยเลี้ยงกำลังพล

แต่ที่สุดแล้ว ยุทธการจู่ๆ ก็โผล่มาไล่ดับไฟ ไม่เคยสำเร็จ ย้อนไปดูสถิติ 7 ปีหลังได้เลย

ทหารเปลี่ยนนายทุกปี ทั้งแม่ทัพ รอง ผบ.หน่วย … คนมาใหม่ก็มาเรียนรู้ใหม่ บางอย่างเลยทำซ้ำๆ เช่น การส่งหน่วยประชาสัมพันธ์ขี่รถจิ๊บใส่ชุดวอร์มทหารไปคุยชาวบ้าน นัยว่าสร้างจิตสำนึก

… อีแบบนี้ไม่เคยสำเร็จ คำสั่งห้ามเผาเด็ดขาดของผู้ว่าฯ จังหวัดภาคเหนือไม่เคยสำเร็จเลย ประสาอะไรกับชุดปฏิบัติการผิวเผิน ไปบอกห้ามเผานะ แล้วให้ยืนถ่ายรูปประกบ ส่งมาให้นายดู…

ชาวบ้านเขาไม่ชอบครับปีนี้กองทัพภาค 3 จัดตั้งกองบัญชาการส่วนหน้าแต่พฤศจิกายน ขยันขันแข็งดี บอกว่าเพื่อประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึก เห็นทำคลิปสื่อสารช่องยูทูปด้วย ขอบคุณครับท่านขยันมากปีนี้ แต่ที่สุดแล้ว ผมก็ไม่อยากเห็นวิธีการเดิมๆ เพราะรู้สึกว่าวิธีการเดิมๆ ที่ทำกันมา 4-5 ปี ไม่เวิร์ค ปีแล้ว ARR รองนายกฯ และรัฐมนตรี ก็บอกว่า ไม่สำเร็จ / เป็นปีล้มเหลว ในเมื่อล้มเหลว ก็อย่าทำแบบเดิมๆ สิครับ….

โซนรอยต่อ 4 จว.เหนือเขื่อนภูมิพล

ถามว่า-อยากให้ทหารทำอะไร ในฐานะที่รองนายกฯ มอบให้เป็นหน่วยประสานงานดูแลปัญหาระดับภาค

ขอตอบว่า-อยากให้ไปปฏิบัติยุทธศาสตร์เชิงป้องกัน prevention strategy ในสมรภูมิชี้วัด ที่มีไฟขนาดใหญ่ และมีผลกระทบสูงต่อภาคเหนือทั้งภาค นั่นก็คือ พื้นที่ตอนเหนือของจังหวัดตาก รอบๆ เขื่อนภูมิพล และรอยต่อระหว่าง เชียงใหม่-ลำพูน-แม่ฮ่องสอน

จุดนั้นเป็นต้นลมของภาคเหนือ เพราะลมประจำฤดูตั้งแต่ต้นมีนาคม เป็นลมตะวันตกเฉียงใต้ ลมระดับล่างพัดจากทิศใต้ขึ้นไป ลมสูงๆ พัดตะวันตก(หอบควันพม่ามา)

แม่ฮ่องสอน กับ ตาก จึงเป็นแหล่งกำเนิดต้นทางของภาคเหนือตอนบนทั้งภาค โดยเฉพาะแอ่งเชียงใหม่ลำพูน ที่ใกล้ที่สุด ควันลอยเป็นร้อยๆ กิโลเมตรนะครับ สุมาตราหอบควันข้ามไปตีสิงคโปร์ 200-300 ก.ม.หนาทึบไปหมด ขนาดหยุดเดินเรือเฟอรี่ ปิดโรงเรียน

และแม่ฮ่องสอนกับตาก เป็นพื้นที่ไหม้หนักสุด ปีแล้ว แม่ฮ่องสอน 1.7 ล้านไร่ ตาก 1.4 ล้านไร่ สูงสุดสองอันดับแรก มากกว่าเชียงใหม่ที่มีพื้นที่ใหญ่สุด จังหวัดอื่นเขาหลักแสนไร่ แพร่ เชียงรายนี่ 4 แสนกว่าไร่เอง

โซนไฟนรกแตก คือ ตากตอนบนเหนือเขื่อน เดินทางไปจัดการลำบาก ป่าเขาล้วนๆ อ.สามเงา อำเภอเดียว 4 แสนกว่าไร่ สูงสุด และรอยต่อโซนนั้น ฮอด อมก๋อย ลี้ลำพูน คือเขตที่ไหม้หนักสุดเป็นล้านไร่ ห่างไกล ไม่มีเจ้าหน้าที่เพียงพอ ไฟลาม ไร้การจัดการที่ดี ! …..

โซนแม่ฮ่องสอน

ที่แม่ฮ่องสอน รัฐควรจะมีมาตรการอะไรเป็นพิเศษแล้ว เพราะมันทับซ้อนปัญหาหลายอย่าง ที่ทำกิน สภาพภูมิประเทศ ยากจน และชายแดน

ทหารพล ร.7 นี่ มีวิสัยทัศน์มองเห็นประชาชนตัวเล็กๆ ดีนะครับ ผมได้ยินมามา ยุคที่ฝ่ายปกครองถูกคำสั่งนาย ห้ามเผาเด็ดขาด แต่ทหารหลิ่วตาให้ชาวบ้านเผา ไม่งั้นทำกินไม่ได้ ในเมื่อห้ามไม่ได้ แม่ฮ่องสอนปีนี้ ควรจะเปิดให้เผาไร่เตรียมแปลงได้ แต่ต้องมาช่วยกันเฝ้าดูทำแนวกันไฟไม่ให้ลาม คนมันยากจนมาก ต้องหากินกับป่า ทำไงล่ะ พัฒนาพื้นที่อะไรก็ไม่ได้ คทช.ที่แม่ฮ่องสอนหากจะสำรวจให้ครบ ดูจากงบประมาณที่จัดสรรให้ 30 ปีจะครบมั้ย

ทหารควรมีบทบาทมากขึ้นที่นั่น เพราะเป็นเขตกองกำลังรักษาชายแดนอยู่แล้ว ปีแล้วไหม้ลามจากพม่าเข้ามาหลายจุด อันว่าไฟในป่านี่ หากวันแรกสองวันแรกเอาไม่อยู่ มันจะลาม กลายเป็นพันเป็นหมื่นไร่ทั้งป่าทันที …..

ปฏิบัติการที่ผ่านๆ มา คือ ไล่ดับไฟ รอ hotspots รอบตีหนึ่ง ศูนย์จังหวัดแจ้งไปอำเภอให้ไปดับตอนเช้า พื้นที่ป่าเขา กว่าหน่วยดับไฟไต่เขาไปถึง GPS จุดนั้น ไฟไปไหนแล้วก็ไม่รู้ เพราะใช้เวลา 6-7 ชม. ผ่านไป

เอ้อ อีกเรื่อง ลองเรียกดูแผนที่แนวกันไฟของป่าทุกป่า และแผนที่ระดับชุมชนที่อำเภอควรจะมีเอาแผนที่แนวกันไฟ (ที่มีและเขาให้มา) มาซ้อนเลเยอร์ ดู

แล้วท่านจะรู้ว่า ที่จริงเราพร้อมไม่พร้อมระดับไหน ปีนี้ เป็นปี 15 นับจากมีการนำปัญหาฝุ่นควันภาคเหนือเข้า ครม. อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ จริงจังครับท่านครับ

ภาพประกอบ : ที่นี่เชียงใหม่ Fast News

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin