สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

เชียงใหม่ ระงับแผนสร้างฝายดอยสุเทพ 1,009 ลูก หลังนักอนุรักษ์ติง!

Kick off แก้ไฟป่าและฝุ่นควัน 2564 มุ่งที่ต้นเหตุ แทนดับไฟ

4 ธันวาคม 2563 ณ สวนรุกขชาติห้วยแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานรวมพลัง Kick off เชียงใหม่ไร้ฝุ่นควัน ภายใต้กิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์การป้องกัน แก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ 2564

นายนิพนธ์ ระบุว่า สถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในปีที่ผ่านมามีความรุนแรงอย่างมาก โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ นายกรัฐมนตรี มีข้อห่วงใยต่อปัญหาดังกล่าว และเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ คือการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ใช้ระบบบริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จ (Single Command) ภายใต้กลไกคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กำหนดมาตรการให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ สถานการณ์  ให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และให้บังคับใช้กฎหมายจริงจัง พร้อมกับย้ำให้มองถึงผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทุกคน เป็นที่ตั้ง

รัฐมนตรีช่วยฯ ยังระบุอีกว่า หนึ่งในเป้าหมาย ของแผนการแก้ปัญหาฯ ปี 2564 คือ การมุ่งแก้ปัญหาที่สาเหตุ ไม่ใช่เมื่อเกิดไฟ และตามไปดับ ความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน คือกลไกสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ท้องที่-ท้องถิ่น  ซึ่งใกล้ชิดมากที่สุด จะต้องช่วยปลูกจิตสำนึก สร้างความร่วมมือ และชี้ให้เห็นว่า เมื่อไฟป่าแล้ว จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของทุกคน และเป็นปัญหาของทุกคน โดยคนกลุ่มแรก ที่จะต้องมุ่งเข้าสร้างความเข้าใจ คือ คนที่เคยมีพฤติกรรมเผาป่า

ขณะที่การแก้ปัญหาฝุ่นควันข้ามแดน ระบุว่าในระดับนโยบาย มีการพูดคุยและขอความร่วมมือ กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง แต่จะเกิดผลหรือไม่ ทั้งบ้านเราและเพื่อนบ้าน ก็คงยังหนักใจ แต่เชื่อว่าปัญหานี้ต้องใช้เวลา และจำเป็นต้องร่วมมือกันแก้อย่างจริงจัง นายนิพนธ์ ระบุ

หลังจากนั้น มีกิจกรรมมอบทุนเพื่อแก้ไขป้องกัน แก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน จำนวน 100,000 บาท และหน้ากากป้องกัน PM 2.5  จำนวน 2 หมื่นชิ้น ให้กับ หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าในพื้นที่ โดย กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดเชียงใหม่  และนิทรรศการ จากองค์กรต่างๆ กว่า 10 ซุ้ม

ตามกำหนดการเดิม หลังจบกิจกรรม เจ้าหน้าที่และจิตอาสา จะมีการสร้างฝายชะลอน้ำบริเวณน้ำตกมณฑาธาร จำนวน 10 ลูกจากทั้งหมดที่วางแผนไว้รอบดอยสุเทพทั้งหมด 1,009 ลูก โดยได้ปรับเปลี่ยนไปร่วมกันพัฒนาถนนศรีวิชัย ตั้งแต่บริเวณลานอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยจนถึงพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์แทน

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสืบเนื่องจากมีการคัดค้าน ว่านี่อาจเป็นการสร้างฝายผิดที่ผิดทางในเขตป่าเต็งรัง โดย นพ. รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์  หรือ หมอหม่อง นักอนุรักษ์ชื่อดังได้โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัว แสดงความกังวลและไม่เห็นด้วยกับกิจกรรมดังกล่าว โดยระบุว่า ป่าเต็งรังเป็นป่าที่มีความแห้งแล้งตามฤดูกาลอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นจะต้องไปเปลี่ยนสภาพ ขณะเดียวกันยังมองว่า อาจจะเป็นการสร้างฝาย ตามแรงกดดันทางการเมืองหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมา มีการสร้างฝายผิดที่ผิดทางมาโดยตลอด เอาตัวเลขมงคลเป็น ธง โดยไม่ได้ดูความเหมาะสมของพื้นที่

นอกจากนี้ ยังยก พรบ.อุทยานแห่งชาติ พศ.2562 ขึ้นมาอ้างอิง ซึ่ง มาตรา 19 (4) และ (5) ห้ามบุคคลใด
(4) เปลี่ยนแปลงทางน้ำ หรือทำให้น้ำในลำห้วย หนอง บึง ทะเล ท่วมท้น เหือดแห้ง เน่าเสีย หรือเป็นพิษ
(5) ปิดก้ันหรือทำให้กีดขวางแก่ทางน้ำ หรือทางบก
ผู้ใดฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


โดยมองว่าการสร้างฝาย ผิด พรบ.นี้ อย่างชัดเจน นอกจากนั้นยัง มีการนำข้อมูลวิชาการที่เคยมีการศึกษาผลกระทบ ขึ้นมาอ้างอิงด้วย

ก่อนที่เวลาต่อมาจะมีกระแสเตรียมรื้อฝายผิดที่ผิดที่ทาง หากยังคงมีการสร้าง จนฝ่ายบริหารกองพัฒนานักศึกษา ม.เชียงใหม่ ซึ่งเตรียมจะส่งนักศึกษาเข้าร่วม ให้ร่วมเฉพาะกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ปรับปรุง การทำความสะอาด เส้นทางถนน เท่านั้น

ล่าสุดวันนี้ เฟสบุ๊ก Rungsrit Kanjanavanit โพสต์ข้อความ ระบุว่า “ผมใคร่ขอกราบขอบพระคุณทาง ผู้บริหารระดับสูงกรมอุทยานแห่งชาติ และ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ที่รับฟังข้อท้วงติง เรื่องผลกระทบกิจกรรมทำฝาย ล่าสุดทราบว่า วันนี้ใน จังหวัดเชียงใหม่ จะไม่มีกิจกรรมทำฝาย ตามการริเริ่มจากทางฝ่ายการเมืองแล้ว ผมเองก็มีความเห็นใจ เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานในพื้นที่ อย่างที่สุด บ่อยครั้ง ต้องตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน จากฝ่ายการเมือง เกิดความลำบากใจที่ต้องทำสิ่งที่ขัดแย้งกับหลักวิชาการ และพันธกิจของหน่วยงาน ยิ่งไปกว่านั้น ยังเสี่ยงถูกเข้าใจผิดจากสังคม และโดนต่อว่าแบบเหมารวม จนคนที่ตั้งใจทำงานเสียกำลังใจ ผมเองก็ต่อว่าทางกรมอุทยานฯ อยู่บ่อยๆ แต่ก็จะขอยึดหลัก ใช้เหตุผล แบบตรงไปตรงมาและปราศจากอคติ ทำผิด ก็ขอโต้แย้ง ทำถูก ก็ขอชื่นชมสนับสนุน ในทุกทาง ไม่มีคำว่า พวกเขา พวกเรา เรื่องการสร้างฝาย นั้น หากเปิดใจ ลดฐิติ ไม่ยึดติดความเชื่อ เอาข้อมูลวิชาการ มาชี้นำการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ก็น่าจะเรื่องที่วิเศษที่สุดเลยครับ”

WEVO สื่ออาสา รายงาน

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin