สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

เชียงใหม่ ระดมหมู่บ้าน 25 อำเภอทำแผน ถือเป็นครั้งแรกที่จะให้มีแผนชุมชนเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการแก้ปัญหาฝุ่นควัน ผลักดัน “เชียงใหม่โมเดล” ให้เป็นจริง

เมื่อ 21-22 ธันวาคม 2563 ณ โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว เชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อจัดทำแผนลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก pm 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ ณ โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว เชียงใหม่ โดยมีผู้นำและคณะกรรมหมู่บ้านจาก 25 อำเภอ กว่า 1,000 คน ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วม

นายเจริญฤทธิ์ ระบุว่า การมาร่วมกันทำแผนวันนี้ เป็นการมาบอกว่า เรารับฟังเสียงสะท้อน ความเดือนร้อน ความจำเป็น และข้อเสนอ จากคนในพื้นที่ โดยเฉพาะระดับหมู่บ้าน ยอมรับว่า ที่ผ่านมา มาตรการแก้ปัญหาแทบทั้งหมดเป็นการสั่งการจากส่วนราชการลงไปอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ซึ่งทำให้ไม่มีแผนบริหารจัดการไฟที่สอดคล้องกับความเป็นจริงในพื้นที่ เมื่อมีการประกาศมาตรการห้ามเผา ก็จะมีการลักลอบเผาตามมาเสมอ ยิ่งสร้างความเสียหายและผลกระทบที่ทวีขึ้น การเปิดให้ชุมชนร่วมกันจัดทำแผนฯ ที่สอดคล้องกับข้อมูลความเป็นจริง คาดหวังว่านอกจากจะไม่ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตของประชาชนแล้ว เมื่อนำมารวมกับข้อมูลวิชาการ และข้อมูลอุตุนิยมวิทยา ที่สามารถประเมินสภาพภูมิอากาศล่วงหน้าได้ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ประกอบการวางแผนการบริหารจัดการฯเพื่อลดผลกระทบจากฝุ่นควันในแต่ละห้วงเวลาได้

หลังจากนี้คณะทำงานลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก pm2.5 ระดับตำบล ที่ประกอบด้วยปลัดอำเภอ ผู้นำและตัวแทนชุมชน จะมีการลงไปจัดทำแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง และร่วมกันออกปฏิทิน การบริหารจัดการเชื้อเพลิงอย่างเหมาะสมที่สุด พร้อมกับสร้างเครือข่ายในระดับพื้นที่ เชื่อว่ากลไกนี้ จะนำไปสู่ความสำเร็จได้ ขณะที่ปี 2564 เราตั้งเป้าร่วมกันว่า จุดความร้อน (hotspot) จะต้องไม่เกิน ร้อยละ 75 และต้องลดลงอย่างน้อย ร้อยละ 25 ของปีที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของทุกฝ่าย

“แนวทางวิธีการใหม่นี้ เป็นการขอทดลองทำเป็นครั้งแรก หากเราสามารถควบคุมและบริหารจัดการได้  เชื่อว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะยอมรับในหลักการ และจะอนุญาตให้ใช้เป็นแนวทางได้ ซึ่งจะเป็นก้าวแรก นำไปสู่การเป็นเชียงใหม่โมเดลในอนาคต”

นายเจริญฤทธิ์ กล่าว

นายเดโช ไชยทัพ  สภาลมหายใจเชียงใหม่ ประธานคณะทำงานด้านป่าไม้และที่ดินในพื้นที่ป่า ภายใต้คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นควันจังหวัดเชียงใหม่แบบบูรณาการและมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน มองว่า การดูแลป่า และการแก้ปัญหาไฟป่า ชุมชนคือหัวใจสำคัญ เพราะอยู่ใกล้ชิด กลับกัน หากพูดถึงการทำลาย พวกเขาก็ทำได้ ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าที่ผ่านมา ประชาชนในชุมชนไม่ค่อยได้รับการสนับสนุน ทั้งเป้าหมายและวิธีการที่จะทำโดยเฉพาะการแก้ปัญหาไฟป่า การที่จังหวัดเชียงใหม่ เปิดประเด็นนี้เป็นการชี้ให้เห็นว่าจังหวัดไม่ได้ละเลยหัวใจสำคัญส่วนนี้ ที่จะต้องลงไปสร้างความเข้าใจและความชัดเจน เพื่อให้เกิดการมีร่วม ซึ่งจะเป็นพลังในการดูแลจัดการได้เป็นเป็นอย่างดี

“นอกจากการพูดคุยกัน อย่างตรงไปตรงมาในการทำแผนการจัดการฯแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงถึง ก็คือการแยกแยะว่า ตรงไหนจะไม่ให้เกิดไฟเลย ตรงไหนเกิดไฟได้บ้าง ตรงนี้ก็ต้องเอาชัด ไม่ใช่ทุกที่เกิดไฟได้หมด ซึ่งจะต้องมีการไปพูดกันในรายละเอียด และต้องทำให้ชัดเจนตั้งแต่จุดเริ่มต้น ควบคู่ไปกับการกำหนดปลายทาง”

นายเดโช ระบุ

ชุมชนเป็นตัวตั้ง  อปท.เป็นแกนหลัก อำเภอ/จังหวัดสนับสนุน

นายสมคิด ปัญญาดี  ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า การสั่งการจากข้างบนลงข้างล่าง ไม่ใช่ความต้องการของประชาชน เมื่อทางรัฐบาล ส่วนกลาง หรือส่วนราชการ มีมาตรการใดๆสั่งการลงไป ก็มักจะไม่เป็นไปตามแผนที่ตั้งไว้ แนวทางวิธีการใหม่ ที่จะให้ชุมชนเป็นตัวตั้ง  อปท.เป็นแกนหลัก อำเภอและจังหวัดสนับสนุน จะทำให้เราทราบความต้องการที่แท้จริงของระดับหมู่บ้าน

“แนวทางใหม่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เสนอ คือจะไม่ประกาศมาตรการห้ามเผาแบบเดิม แต่จะใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง และยกการบริหารจัดการเชื้อเพลิงขึ้นเป็นอันดับแรก เปิดโอกาสประชาชนในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงของพื้นที่ตัวเองให้แล้วเสร็จ ก่อนจะเข้าสู่การควบคุมไฟที่ไม่จำเป็น โดยการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย แนวทางนี้ คณะกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และเล็ง ให้เป็นโมเดลใน 17 จังหวัดภาคเหนือ รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ที่ประสบปัญหาเดียวกันต่อไป”

นายสมคิด ระบุ

สำหรับการจัดทำแผนลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก pm 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ ในระดับหมู่บ้าน ทางจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้ และจะมีการเริ่มดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป ก่อนจะมีการประมวลแผนฯ เพื่อนำเสนอต่อฝ่ายบริหาร และคณะกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ให้ทราบถึงแนวทางและความคืบหน้าของจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin