สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

เชียงใหม่ “เปิดบัญชีระดมทุน” สนับสนุนเจ้าหน้าที่ฯ และชุมชนสู้ไฟป่า

26 มกราคม 2564 ณ ร้านอาหารบ้านสวน จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 1 (เชียงใหม่) ท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ สภาลมหายใจเชียงใหม่ มูลนิธิเพื่อลมายใจเชียงใหม่ และส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าว การบริหารจัดการไฟป่าและฝุ่นควันละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ ในประเด็นต่างๆ เช่น ภาพรวมความพร้อมแผนการบริหารจัดการในปี 2564 การแก้ปัญหาไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่เกษตรกรรม การมีส่วนร่วมและหนุนเสริมของ อปท. การเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน การลดและแก้ปัญหาฯ ในระบบขนส่งสาธารณะ และอีกหนึ่งในประเด็น การเปิดบัญชีระดมทุน เพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานฯ และชุมชน ซึ่งเป็นแนวหน้าสู้ไฟป่าในปีนี้

นายเจริญ​ฤทธิ์​ สงวน​สัตย์​ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า จังหวัดเชียงใหม่ ได้เตรียมการและดำเนินงานตามแผนตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา โดยดึงสิ่งที่ทุกภาคส่วนได้ทำงานและหารือร่วมกัน มาดำเนินงาน ซึ่งปีนี้ไม่กล้าตั้งเป้าหมาย ว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนปีที่ผ่านมา แต่ก็จะพยายามทำให้ปัญหาลดลง และทำให้เกิดความยั่งยืนได้ในอนาคต

“ยอมรับว่า ภาคประชาชนชน เป็นหนึ่งในแรงสำคัญ ที่ช่วยกันผลักดันและขับเคลื่อนปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน หนึ่งในการช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ปฏิบัติหน้าที่ฯ ปีนี้ทางคณะ​กรรมการ​ป้องกัน​แก้ไขปัญหา​ฝุ่นควันจังหวัด​เชียงใหม่​ แบบ​บูรณาการ​และ​มีส่วนร่วม​ทุก​ภาค​ส่วน​ เห็นชอบให้ มูลนิธิเพื่อลมหายใจเชียงใหม่ สภาลมหายใจเชียงใหม่ และผู้แทนส่วนราชการ เปิดบัญชีระดมทุนฯ ร่วมกัน เชื่อว่าสิ่งของบริจาคและการสนับสนุนจากประชาชนปีนี้ จะกูกเกลี่ยไปในทุกพื้นที่ที่ประสบปัญหา อย่างเพียงพอ เท่าเทียมกัน และทันเวลา”

นายเจริญ​ฤทธิ์​ สงวน​สัตย์​ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

นายไพรัช โตวิวัฒน์ ประธานมูลนิธิเพื่อลมหายใจเชียงใหม่ กล่าวว่า ภารกิจในช่วงที่ผ่านมา คือการผลักดันให้ชุมชนเป็นแกน มีแผนการบริหารการที่ชัดเจน ไม่ใช่การไล่ดับไฟ ปี 2563 เป็นคนกลางในการส่งมอบอุปกรณ์ ไปยัง 140 พื้นที่ 90 ตำบล จาก 17 อำเภอ มีเครื่องเป่าลม 300 เครื่อง ถังฉีดน้ำ 300 ถัง คราดมือเสือ 3,000 อันเครื่อง และปี 2564 ได้ใช้งบประมาณอีก 2,300,000 บาท ให้การส่งมอบเครื่องเป่าลม 20 เครื่อง เครื่องพ่นน้ำ 30 เครื่อง ถังฉีดน้ำ 100 ถัง เครื่องตัดหญ้า 100 เครื่อง เลื่อยยนต์ตัดไม้ 20 เครื่อง ถัง200ลิตร 100 ถัง ไม้ตบไฟ 800 อัน คราดมือเสือ 1,000 อัน ไฟฉายคาดหัว 800 อัน กล้องส่องทางไกล 100 ตัว และวิทยุสื่อสาร 120 เครื่อง รวมมูลค่า 2,300,000 บาท ให้กับ 40 ตำบล และ 1ผืนป่านำร่องดอยสุเทพ รวม 295 หมู่บ้าน จาก 21 อำเภอในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทุกหมู่บ้านผ่านการทำแผนร่วมกับสภาองค์กรชุมชน และมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ประธานมูลนิธิเพื่อลมหายใจเชียงใหม่ ยังระบุอีกว่า การเปิดบัญชีระดมเงินบริจาค มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหามลพิษฝุ่นควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2564 และการหนุนเสริมท้องถิ่น-ชุมชนนำร่องจัดการไฟตลอดทั้งปี ตามแนวทางเชียงใหม่โมเดล สำหรับการพิจารณานำเงินบริจาคออกมาใช้ จะอยู่ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการร่วมฯจังหวัดเชียงใหม่ และจะใช้เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการของจังหวัดเป็นวัตถุประสงค์แรก ทั้งนี้บัญชีธนาคารที่ได้เปิดขึ้นมานี้ กำหนดจะเป็นบัญชีเฉพาะปีงบประมาณ 2564 และเมื่อถึงเวลาเหมาะสมจะประกาศยุติการรับบริจาค ให้เกิดความชัดเจนและโปร่งใส

โดยผู้ที่ประสงค์จะสนับสนุนและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของจังหวัดเชียงใหม่ สามารถโอนเงินเข้าบัญชี กองทุนลดฝุ่นควันเชียงใหม่ 2564 โดยมูลนิธิ เพื่อลมหายใจเชียงใหม่ บัญชีธนาคารกรุงไทย บัญชีเลขที่ 533-0-29810-5 และหากประสงค์จะขอใบเสร็จรับเงินเพื่อเป็นหลักฐาน ทาง มูลนิธิเพื่อลมหายใจเชียงใหม่ จะจัดส่งให้ตามประสงค์

ด้านนายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า ในห้วงปี 2563 ที่ผ่านมาได้มีการแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วนคือนอกเมือง เป็นพื้นที่เกษตรและพื้นที่ป่าและพื้นที่ในเมืองซึ่งมีแหล่งมลพิษอีกแบบหนึ่ง โดยยอมรับว่าปีที่ผ่านมาปัญหาฝุ่นควันและไฟป่าสูงมากโดยเฉพาะดอยสุเทพเป็นสี เพราะเกิดไฟสูงมาก ซึ่งการดำเนินงานจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนเป็นผู้จัดทำแผนและทางจังหวัดและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้สนับสนุนซึ่งมีอยู่ 400 กว่าหมู่บ้าน และที่ผ่านมาได้ไปตรวจดูการจัดทำแผนในระดับอำเภอ ตำบลและหมู่บ้าน ซึ่งมีเครือข่ายที่ลงทะเบียนไว้สองหมื่นกว่าคนที่จะเป็นผู้ปฏิบัติในพื้นที่ การประสานงานระดับพื้นที่ชุมชน จะมีศูนย์ระดับตำบล อำเภอและจังหวัดเป็นตัวเชื่อม

“ในแนวทางที่ผ่านมามีการประเมินอยู่ต่อเนื่อง ห้วงที่อากาศไม่ดีคณะกรรมการศูนย์ฯได้ประสานศูนย์อำเภอฯให้งดการบริหารจัดการเชื้อเพลิงเพื่อไม่ให้ปัญหาฝุ่นควันมีค่าสูงที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน นอกจากนี้ผู้ว่าฯยังสั่งการให้อปท.จัดทำงบฯสนับสนุนการแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าซึ่งก็ได้ดำเนินการแล้ว โดยงบฯดังกล่าวจะถึงคนในพื้นที่ที่ทำหน้าที่ลาดตระเวน ทำแนวกันไฟและจัดเก็บเชื้อเพลิง นอกจากนี้จังหวัดยังสนับสนุนงบฯให้หน่วยงานฟังก์ชั่น จัดซื้ออุปกรณ์วัสดุที่ขาดแคลนและงบฯสำหรับเป็นขวัญและกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงาน”

นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

ทางมูลนิธิสภาลมหายใจจะเป็นหน่วยงานกลางที่จะรับบริจาค สำหรับผู้ที่ประสานจะร่วมบริจาค ตลอดจนกระจายสิ่งของเพื่อให้กระจายและทั่วถึง และรวบรวมว่ามีพื้นที่ไหนที่มีผู้บริจาคโดยตรงด้วย  อีกส่วนหนึ่ง สำหรับอาสาสมัครดับไฟจะได้รับการทำประกันภัย จากคปภ. ซึ่งจะให้ความคุ้มครองในกรณีที่ได้รับบาดเจ็บและเสียรายได้ในช่วงระหว่างประสบเหตุ ซึ่งเป็นหลักประกันที่แก้ไขปัญหาที่เคยเกิดขึ้น ส่วนพื้นที่ในเมืองได้ขอความร่วมมืออปท.รณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ของประชาชนลดการเผาและลดมลพิษจากแหล่งต่างๆ ซึ่งก็จะทำไปเรื่อยๆ

ในการบูรณาการทางกองทัพภาคที่ 3มีกองบัญชาการส่วนหน้าที่เชียงใหม่และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีการจัดตั้งศูนย์ฯซึ่งให้ผู้ตรวจกระทรวงฯเป็นผอ.ศูนย์ฯซึ่งก็จะมีการเชื่อมประสานทำงานขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นpm2.5 ด้วยกัน

นายสมบูรณ์ ธีรบัณฑิตกุล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่า ในปี 63 จังหวัดเชียงใหม่เกิดจุดความร้อน 21,658 จุดพื้นที่เผาไหม้ 1,389,078 ไร่และในปี 64 มีเป้าหมายให้จุดความร้อนเกิดขึ้น 17,326 จุดพื้นที่เผาไหม้ต้องไม่เกิน 1.038,059 ไร่

ส่วนกิจกรรมป้องกันไฟป่าฯ ปีที่แล้วจุดความร้อนเกิดขึ้นห้วงเดียวกันกว่า 1 พันจุดแต่ปีนี้สามารถลดได้ถึงร้อยละ50 ส่วนการบริหารจัดการเชื้อเพลิงปีที่แล้วห้ามเผาเด็ดขาดแต่กลับพบว่ามีการลักลอบเผาจำนวนมาก ปีนี้ตั้งเป้า 5 แสนไร่ในช่วง 4 เดือนที่จะต้องบริหารจัดการเชื้อเพลิง ซึ่งตั้งแต่ม.ค.มาถึงขณะนี้สามารถบริหารจัดการเชื้อเพลิงได้ 119,126 ไร่ ส่วนการชิงเก็บ ลดเผา สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ตั้งเป้าไว้ 100 ตัน การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยหน่วยงานเดียว

ความหวัง พลังชุมชน และก้าวแรกความสำเร็จ

นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานคณะกรรมการสภาลมหายใจเชียงใหม่ กล่าวว่า ในมุมมองภาคประชาชน เรารู้สึกมีความหวัง เห็นได้จากความพร้อม ไม่มีบรรยากาศโทษกันไปมา ต่างคนต่างทำ หรือมองปัญหากันคนละส่วนแบบปีก่อนๆ ปีนี้เราได้เห็นความพร้อมจากหลายภาคส่วน เห็นการระดมศักยภาพที่มีจากทุกๆฝ่าย มาร่วมกันคิด วางแผน และร่วมกันแก้ปัญหา และได้ทำต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม หลังสถานการณ์ฝุ่นควันปีก่อน มีทั้งการถอดบทเรียน การแต่งตั้งคณะกรรมแบบบรูณาการฯ การดึงชุมชนเป็นตัวตั้ง ที่ให้ท้องที่ ท้องถิ่น สภาองค์กรชุมชน ผนึกกำลังร่วมกัน โดยมีการอำนวยการและสนับสนุนจากทางจังหวัด การสนับสนุนจากภาควิชาการในการบริหารจัดการเชื้อเพลิง ซึ่งทั้งหมดนี้ ถือว่าเป็นก้าวแรกของความสำเร็จ และที่เช่นว่าทุกคนมองเห็น

“ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านสะท้อนว่า ทุกคนมองเขาเป็นจำเลย แต่ตอนนี้เขารู้สึก ว่าตัวเองเป็นเจ้าภาพ เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้สำคัญมาก การที่เขาได้มีส่วนร่วม ตั้งการทำแผน มีส่วนร่วมในการปฏิบัติการ และมีส่วนร่วมในการสรุปบทเรื่องต่อจากนี้ ผมมองว่ามันคือพลังการขับเคลื่อนที่สำคัญ เช่นเดียวกับการที่จังหวัด ยอมรับว่าประกาศห้ามเผา ยังไม่ใช่คำตอบ และเปลี่ยนมาใช้ข้อมูลข้อเท็จจริง และวิชาการ มาประกอบในมาตัดสินใจเพื่อการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ นี่แหละที่เรามองว่า มันคือ เชียงใหม่โมเดล ที่ทุกคนอยากเห็น”

นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานฯ สภาลมหายใจเชียงใหม่

>> ดาวน์โหลด เอกสารแถลงข่าว(เชียงใหม่ เปิดบัญชีระดมทุนฯ) <<
………………………………………………………….

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ผู้ประสานงาน : ธนพงษ์ วังทอง โทร. 093-229 5283
กองเลขานุการ สภาลมหายใจเชียงใหม่ โทร. 061-269 5835

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin