สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

ผวจ.ชม. เรียกประชุมแต่ต้นปี แจ้งมาตรการจัดการไฟ ปี64

4 มกราคม 2564 ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารอํานวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์  ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธาน ร่วมกับนายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  และคณะกรรมการศูนย์บัญชาการป้องกัน แก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก pm 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ ประจําปี 2564 ประชุมเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ขนาดเล็ก PM2.5 ปี 2563-2564 และติดตามแผนงานของคณะกรรมการในแต่ละฝ่าย โดยหนึ่งในวาระสำคัญ คือการชี้แจงถึงแผนการบริหารจัดการป้องกัน แก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ ประจําปี 2564 ที่จะต่างไปจากเดิม

นายสมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า ปี 2564 มีการแบ่งพื้นที่การบริหารการจัดการเชื้อเพลิง ออกเป็น 2 โซน คือโซนใต้ ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง กุมภาพันธ์ ขณะที่โซนเหนืออยู่ในช่วงเดือนมีนาคม ถึงเมษายน ตามแผนหมู่บ้าน แผนอำเภอ ซึ่งได้รับความเห็นชอบ และลงทะเบียนในระบบไว้แล้วเท่านั้น ในกรณีที่ไม่ใช่การบริหารจัดการเชื้อเพลิง ห้ามมีการเผา หรือหากมีความจำเป็น ต้องขออนุญาต ลงทะเบียน และได้รับอนุญาตจากนายอำเภอก่อนการเผาทุกครั้ง เช่นเดียวกับในพื้นที่ชุมชน ห้ามมีการจัดการเผาขยะ และเศษกิ่งไม้ใบไม้ ซึ่งจะมีการดำเนินคดี โดยมีการประกาศบังคับใช้ไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา

นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า การกำหนดแนวทางต่างๆจากส่วนราชการเพียงลำพัง ที่ผ่านมาเห็นแล้วว่า ถ้าประชาชนซึ่งเป็นกลุ่มหลักในพื้นที่ ไม่สามารถทำได้ กำหนดมาตรการจะดีแค่ไหนก็ไม่สามารถปฏิบัติได้ การถอดบทเรียนจากปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งฟังเสียงสะท้อน แนวคิด ความจำเป็น และข้อเท็จจริงจากประชาชน เล็กที่สุดถึงในระดับหมู่บ้าน แนวทางใหม่ปีนี้ เราเน้นให้ความสำคัญเชิงพื้นที่ มองตามบริบทเป็นหลัก เชื่อว่าจะเป็นกระบวนการทำงานใหม่ ที่อาจจะนำไปสู่ความสำเร็จในการแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันร่วมกันได้ หนึ่งสิ่งที่เห็นชัดเจนแล้ว คือปฏิทินการบริหารจัดการเชื้อเพลิงตามโซน และการกำหนดเป้าหมายร่วมกันของหมู่บ้านและอำเภอ ซึ่งจังหวัดเพียงแค่ตั้งโจทย์ ว่าต้องลดให้ได้อย่างน้อย ร้อยละ 25 ขณะที่ส่วนราชการจะคอยอำนวยการและสนับสนุนอย่างเต็มที่ อีกด้านหนึ่งจะมีทีมวิชาการ คอยรวบรวมประเมินข้อมูล และพยากรณ์สถานการณ์ไฟป่า รวมไปถึงข้อมูลคุณภาพอากาศ ล่วงหน้า 3 วัน เพื่อให้ข้อมูล คําแนะนํา ในการป้องกันและบรรเทาสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นๆกับทางจังหวัด ซึ่งทั้งหมดนี้ ถือเป็นแนวทางที่ได้รับความสนใจ และเห็นชอบจากรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยด้วย

นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานคณะกรรมการอำนวยการ สภาลมหายใจเชียงใหม่ ระบุว่า เสียงสะท้อนของคณะทำงานภาคเมือง ต้องการให้คณะกรรมการฯ ช่วยทำหนังสือไปยังภาคอุตสาหกรรม ขอความร่วมมือในการ หยุดหรือลดการปล่อยควันจากปากปล่อง ในช่วงวิกฤติฝุ่นควัน เช่นเดียวกับรณรงค์ ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวในการคมนาคม การสอดแทรกข้อมูลความรู้ในภาคการศึกษา ซึ่งที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า ทุกฝ่ายเน้นและให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาในป่าและชนบทโดยเฉพาะ ต่างจากในเมืองที่ยังคงเหมือนเดิม ไม่ได้มีกิจกรรม หรือเปลี่ยนอะไรเลย ซึ่งเชื่อว่าภาพที่ทุกคนทุกฝ่ายอยากเห็น คือทุกองคาพยพ เราร่วมกันแก้ปัญหาและเคลื่อนไปพร้อมกัน

นายชัชวาลย์ ยังระบุอีกว่า ในเดือนมกราคมนี้ สภาลมหายใจเชียงใหม่ ได้เตรียมงบประมาณ ราว 2 ล้าน 3 แสนบาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้รับจากการบริจาคของประชาชนในช่วงที่เกิดวิกฤติฝุ่นควันปี 2563 จัดซื้ออุปกรณ์ป้องกันและดับไฟป่าประจำปี 2564 เพื่อส่งมอบให้กับ 35 ตำบลนำร่อง ที่มีแผนบริหารจัดการไฟป่าฝุ่นควันที่ค่อนข้างชัดเจน และมีการตั้งกองทุนในชุมชนที่ค่อนข้างเข้มแข็ง ใน 19 อำเภอ 223 หมู่บ้าน ซึ่งที่ผ่านมามีการสำรวจอุปกรณ์ที่แต่ละชุมชนต้องการเรียบร้อยแล้ว เช่นเครื่องเป่าลม เครื่องพ่นน้ำ เครื่องตัดหญ้า เลื่อยตัดไม้ วิทยุสื่อสาร ไม้ตบไฟ คราด และไฟฉาย เป็นต้น คาดว่าจะดำเนินการส่งมอบให้แล้วเสร็จภายในเดือนนี้

ส่วนการเปิดรับบริจาคเงินและสิ่งของในปีนี้ ที่ประชุมพิจารณาให้สภาลมหายใจเชียงใหม่ ในนามมูลนิธิเพื่อลมหายใจ เป็นองค์กรกลางในการเปิดบัญชีรับบริจาค และช่วยสื่อสาร ขณะที่ส่วนราชการ ให้ อบจ.เชียงใหม่ เป็นจุดรับบริจาคหลัก ภายใต้การกำกับดูแลและบริหารจัดการ ของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกระจายสิ่งของ ไปยังพื้นที่ชุมชนที่มีความต้องการ โดยในวันที่ 7 มกราคม 2564 เวลา 10.00 น. จะมีการเปิดศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก pm 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin