สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

เพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองเชียงใหม่ (ชุมชนหมื่นสาร)

ปฏิบัติการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของชุมชนในเมืองเชียงใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน

กรณีชุมชนหมื่นสารตำบลหายยาอำเภอเมืองเชียงใหม่

สถานการณ์ฝุ่นควัน PM 2.5 ในภาคเหนือช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ยังไร้หนทางแก้ไข ประชาชนยังต้องทนสูดอากาศที่ส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจติดอันดับต้น ๆ ของโลก ภายใต้วิถีทางการแก้ไขแบบเดิม เว็บไซต์ IQAir จัดอันดับคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ สภาพอากาศแย่เป็นอันดับที่ 1 ของโลก โดยวัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 220 US AQI อยู่ในระดับไม่ดีต่อสุขภาพ ส่วนสภาพอากาศในตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่เช้าวันนี้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่สถานีตรวจวัดสภาพอากาศ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ ค่า PM2.5 วัดได้ 114 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับสีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพ (https://www.bangkokbiznews.com) โดยเฉพาะชุมชนในเขตเมืองเชียงใหม่ การสะสมฝุ่นควันจนเกินค่ามาตรฐานส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนโดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

ชุมชนหมื่นสาร ตั้งอยู่ที่ตำบลหายยา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน ชุมชนหมื่นสารถือเป็นชุมชนที่มีศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยว เนื่องด้วยชุมชนตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ที่เชื่อมกับเมืองเก่า ทุกวันเสาร์ที่มีถนนคนเดินวัวลาย ตั้งแต่ช่วงบ่ายเป็นต้นไปจะมีรถจากพ่อค้าแม่ค้าถนนคนเดินวัวลายมาตั้งของขายกว่า 1,000 คน และมีนักท่องเที่ยวมาจับจ่ายซื้อของฝากของที่ระลึกกว่า 6,000 คน ในทุกคืนวันเสาร์ แต่ก็ไม่ได้ลดมลพิษแต่อย่างใด เพราะยังมีการใช้รถในบริเวณรอบๆ โดยที่ทางชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีแนวทางในการจัดการเรื่องนี้ ชุมชนหมื่นสารบ้านวัวลายจึงเป็นชุมชนหนึ่งในเขตเมืองที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม

ชุมชนได้เริ่มตระหนักในปัญหาฝุ่นควัน จึงเกิดการรวมตัวกันของชาวบ้านทั้งในส่วนที่เป็นคณะกรรมการชุมชน ชาวบ้านที่มีจิตอาสา และพระสงฆ์ เพื่อร่วมกันจัดการแก้ไขปัญหา โดยมีทางองค์กรภาคประชาสังคม “เครือข่ายเชียงใหม่เขียว สวย หอม” ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สำนักสร้างสรรค์โอกาส (สำนัก 6) ร่วมกันขับเคลื่อนงานในประเด็นยุทธศาสตร์เชียงใหม่อากาศลดฝุ่นควัน ภายใต้ “โครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวชุมชนหมื่นสารบ้านวัวลายเพื่อเชียงใหม่อากาศสะอาด ต.หายยา อ.เมือง    จ.เชียงใหม่” มุ่งหวังให้คนในชุมชนเกิดความตระหนักและร่วมมือกันรักษาสภาพแวดล้อมให้สามารถดูดซับฝุ่นควัน มีความสดชื่น ปลอดโปร่ง ร่มรื่น เย็นสบาย ปลอดภัยจากมลพิษ ซึ่งเป็นโมเดลหนึ่งของการจัดการปัญหาฝุ่นควันของชุมชนในเขตเมือง

ประเด็นที่น่าสนใจ คือ ในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ ไม่มีพื้นที่ว่างพื้นที่สาธารณะ เนื่องจากที่ดินแถบนี้มีราคาแพงมาก สิ่งสำคัญคือการร่วมกันออกแบบการจัดการพื้นที่สีเขียวให้มีเพิ่มขึ้นในหลากหลายรูปแบบในพื้นที่ที่จำกัด เช่น การปลูกต้นไม้เพิ่ม รวมถึงการฟื้นฟูดูแลต้นไม้ที่มีอยู่ในพื้นที่ชุมชนและวัด การทำสวนผักอินทรีย์เล็กๆ ในบ้าน การติดตั้งเครื่องฉีดพ่นละอองน้ำในอากาศ เป็นต้น โดยเริ่มกระบวนการทำงานอย่างมีส่วนร่วม ทั้งคณะทำงาน อสม. ตัวแทนชุมชนร่วมกันการสัมภาษณ์คนในชุมชนเป็นรายครอบครัว เพื่อเก็บข้อมูลสภาพปัญหาสิ่งแวดล้อมและและ “พื้นที่สีเขียว” ในชุมชน โดยใช้แบบสำรวจและแบบสอบถามเป็นเครื่องมือ ประมวลผลการสำรวจเพื่อจัดทำข้อมูลฐาน BASELINE DATA สำหรับใช้วางแผนดำเนินงานและเปรียบเทียบผลการเปลี่ยนแปลง มีข้อสังเกตว่า พื้นที่สีเขียวที่มีอยู่ในชุมชนจะค่อนข้างมีน้อย ส่วนใหญ่ตามบ้านในชุมชนจะเป็นการปลูกพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ พื้นที่ในเมืองจะมีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ปลูก และต้นไม้ใหญ่ก็ไม่ค่อยมี จึงได้ร่วมกันส่งเสริมชาวบ้านปลูกต้นไม้ยืนต้นและไม้ประดับในบริเวณบ้านของตนเอง ให้ความรู้ เกี่ยวกับฝุ่นควัน PM2.5 ให้ความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ไม้สู้ฝุ่น กว่า 15 ชนิด และลงมือปฏิบัติการขยายพันธุ์ไม้สู้ฝุ่น อีกทั้งยังส่งเสริมการปลูกพืชผักสวนครัว แปงรั้วกินได้ ของแต่ละครัวเรือน และ ทำแปลงผักสวนครัวในพื้นที่ส่วนรวมบริเวณวัดหมื่นสาร สนับสนุนการติดตั้งเครื่องฉีดพ่นละอองน้ำในอากาศของแต่ละครัวเรือน และ บริเวณวัดหมื่นสาร เพื่อลดฝุ่น สร้างความรู้สึกสดชื่น ปลอดโปร่ง และติดตั้ง “เครื่องวัดคุณภาพอากาศ” ในชุมชน ให้ประชาชนรับทราบข้อมูลสถานการณ์อย่างเท่าทัน 

โดยภาพรวม การร่วมกันออกแบบการจัดการพื้นที่สีเขียวให้มีเพิ่มขึ้นในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละพื้นที่ หากทุกชุมชนดำเนินการร่วมกัน ออกแบบพื้นที่สีเขียวของแต่ละครัวเรือน แต่ละชุมชนจนต่อกันเป็นจิ๊กซอว์ จนขยายเป็นวงกว้าง เป็นต้นแบบที่สามารถการจัดการลดปัญหาฝุ่นควันได้ แต่อย่างไรก็ตามโจทย์ท้าทายสำคัญตามมานอกจากการสร้างพื้นที่สีเขียว คือ การใช้อุปกรณ์ดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีข้อมูลเปรียบเทียบผลคุณภาพอากาศระหว่างก่อนหลังการดำเนินกิจกรรมตามโครงการที่น่าเชื่อถือ เพื่อสร้างพลังขับเคลื่อนแรงกระเพื่อมสู่เป้าหมายในเรื่องการสร้างความตระหนักและร่วมมือของประชาชนในชุมชน ชุมชนข้างเคียง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อนำไปสู่การลดผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐกิจสังคมจากปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin