สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

แม่แจ่ม เริ่มบริหารจัดการเชื้อเพลิง ประเมินค่าฝุ่นควันควบคู่ ไม่ให้ส่งผลกระทบ

วันที่ 6 มกราคม 2564 นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ นายอำเภอแม่แจ่ม เปิดเผยกับ WEVO สื่ออาสา ว่าวันนี้เป็นวันแรกของอำเภอแม่แจ่ม ที่เริ่มบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ตามแผนที่ได้รับความเห็นชอบจากทางจังหวัดเชียงใหม่ โดยเจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ เป็นผู้ดำเนินการ และควบคุมดูแล ซึ่งจะทยอนบริหารจัดการฯ ไปพร้อมๆกับประเมินค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน ไม่ให้ส่งผลกระทบกับชุมชน

นายอำเภอแม่แจ่ม ยังระบุอีกว่า ใบไม้ซึ่งเป็นเชื้อเพลิง มีการผลิใบและเริ่มแห้งตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ปัจุบันจึงเหมาะแก่การบริหารจัดการในช่วงนี้ ส่วนค่าคุณภาพอากาศ จากสถานีวัดหน้าอำเภอแม่แจ่ม แม้ตลอดทั้งวันจะแตะในระดับสีส้ม แต่ภาพรวมยังถือว่าไม่ส่งผลกระทบแต่อย่างใด และมั่นใจว่า วิธีการและแนวทางบริหารจัดการนี้ จะช่วยให้ช่วงเมษายน ที่เคยเป็นช่วงวิกฤติ สถานการณ์ฝุ่นควันจะลดและเบาบางลง

นอกจากนี้ ยังมีการประชุมร่วมกับ นายก อบต.บ้านทับ , กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต.บ้านทับ และ ส.อบต.บ้านทับ ในการวางแผนแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่เร่งด่วน 2 ประเด็น คือ วางแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ตำบลบ้านทับ และการวางแผนจุดสกัดจุดตรวจ ชุดลาดตระเวนเฝ้าระวังไฟป่า ของตำบล อีกด้วย

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2564 ทางอำเภอแม่แจ่ม ได้ร่วมประชุมเพื่อบูรณาการแผนการบริหารจัดการเชื้อเพลิง กับทางอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อุทยานแห่งชาติแม่โถ อุทยานแห่งชาติออบหลวง สถานีควบคุมไฟป่าดอยอินทนนท์ สถานีควบคุมไฟป่าแม่โถ และหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้แม่แจ่ม ในการวางแผนและเตรียมการ

สำหรับอำเภอแม่แจ่ม เป็นหนึ่งในอำเภอโซนใต้ ที่อนุญาตให้สามารถบริหารจัดการเชื้อเพลิงได้ ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2564 ตามประกาศจังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2563  ซึ่งมีการลงทะเบียนขอบริหารจัดการฯ ราว  1 แสนไร่ จากพื้นที่ป่าทั้งหมด 1.7 ล้านไร่ ขณะที่ข้อมูลปี 2563 พบว่ามีพื้นที่ป่าถูกเผาไหม้ไปกว่า 2 แสน 4 หมื่นไร่

ขอขอบคุณ : คุณนราชัย ใจคำ (ผู้สื่อข่าวอำเภอแม่แจ่มฯ) ในการประสานงานและให้ข้อมูลข่าว

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin