สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

ไม่ค้าน..สร้างทางยกระดับแยกกองทราย อ.สารภี ย้ำ! ห้ามกระทบยางนาอายุ 100 ปี 24 ต้น ไม่ใช่แค่ 2 ต้น

ภาคประชาชน ยื่นหนังสือแสดงความกังวล แผนการก่อสร้างแยกกองทราย แก้ไขปัญหาจราจรทางหลวงหมายเลข 121 ตั้งคำถาม ทราบหรือไม่ว่าเป็นพื้นที่ควบคุมสิ่งแวดล้อม บริษัทที่ปรึกษาฯ เตรียมหารือถกต้นเดือนกรกฎาคม

(24 มิ.ย. 63) สมาคมยางนา-ขี้เหล็กสยาม และ ตัวแทนจากสภาลมหายใจเชียงใหม่ ร่วมประชุมหารือมาตรการป้องกัน แก้ไขและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการสำรวจและออกแบบปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางถนนหมายเลข 121 ช่วงจุดตัดทางหลวงหมายเลข 108 ถึงจุดตัดทางหลวงหมายเลข 1006 ซึ่งเป็นการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 2 ของพื้นที่ตำบลหนองผึ้ง ณ หอประชุมเทศบาลตำบลหนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ โดยการประชุมหารือฯ แบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ รายงานผลการศึกษาและสรุปรูปแบบทางแยกต่างระดับที่เหมาะสมที่สุดของโครงการในแต่ละจุด จากที่เคยมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นมาแล้วในช่วงที่ผ่านมา และเปิดให้ผู้เข้าร่วมให้ข้อเสนอแนะซักถามกับทางบริษัทที่ปรึกษาฯ

หนึ่งในประเด็นที่ภาคประชาชนกังวล และแสดงความเป็นห่วง คือแผนการศึกษาการก่อสร้าง บริเวณทางแยกกองทราย ซึ่งมีต้นยางนาจำนวน 24 ต้น จะได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ขณะเดียวกันยังอยู่ในเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดแวดล้อมฯ พ.ศ. 2558 ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ในการนำเสนอ ตัวแทนบริษัทที่ปรึกษาฯ (บริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัดและบริษัท พรี ดีเวลลอปเมนท์ คอนซัลแตนท์ จำกัด) ระบุว่า การออกแบบที่คุ้มค่าและมีผลกระทบน้อยที่สุด คือรูปแบบที่ 3 ซึ่งจะเป็นสะพานข้ามทางแยก ตามแนวทางหลวงหมายเลข 121 สำหรับการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 106 ทิศทางเลี้ยวขวา จะให้ใช้เป็นวงเวียน สำหรับทิศทางอื่นเป็นทางเลี้ยวระดับพื้น โดยการก่อสร้าง จะมีการหลีกเลี่ยงต้นยางนาทุกต้น ลดการใช้วัสดุปูพื้น เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบรากของต้นยางนา พร้อมกับย้ำว่า “จะไม่มีการตัดต้นยางนาแม้แต่ต้นเดียว”

อาจารย์บรรจง สมบูรณ์ชัย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในฐานะนายกสมาคมยางนา-ขี้เหล็กสยาม ระบุว่า ตนไม่ได้คัดค้าน และเข้าใจถึงบริบทการพัฒนาเมือง ที่จะต้องมีการเติบโต การคมนาคมจำเป็นต้องสะดวก แต่ปัจจุบันข้อมูลที่บริษัทที่ปรึกษาฯ ได้สำรวจมา ยังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะตำแหน่งและจำนวนต้นยางนาที่จะได้รับผลกระทบในบริเวณดังกล่าว ซึ่งความเป็นจริงมีมากถึง 24 ต้น ขณะเดียวกันข้อมูลในรายงานยังไม่ละเอียดและรอบด้าน พร้อมกับยืนยันว่าคณะทำงานที่ดูแลต้นยางนาในพื้นที่ เพิ่งทราบไม่นานนี้ ว่าจะเกิดโครงการฯในพื้นที่ และยังไม่มีโอกาสได้ให้ข้อมูลใดๆ กับทางบริษัทที่ปรึกษาฯ

นายสมาคมยางนา-ขี้เหล็กสยาม บอกอีกว่า ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หลังมีการก่อสร้างขยายทางจุดตัดบริเวณแยกกองทรายไปแล้ว เห็นได้ชัดเจน ว่าต้นยางนาในพื้นที่ โทรมลงเรื่อยๆ และจำนวน 2 ต้น ที่เคยถูกตัดจนถึงวันนี้ ยังเป็นคดีความอยู่ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ควบคุมสิ่งแวดล้อมฯ จึง อยากให้บริษัทที่ปรึกษาฯ ตระหนัก และให้ความสำคัญกับพื้นที่จุดนี้ ตั้งแต่แผนระยะเริ่มต้น ไปจนถึงแผนการฟื้นฟูดูแลที่มีความต่อเนื่องเมื่อแล้วเสร็จ ซึ่งจำเป็นต้องความชัดเจน มีหลักการ และมาจากข้อตกลงร่วมกันด้วย

นายสมชัย เบญจชย (อดีตนักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ) เลขานุการนายกสมาคมยางนา-ขี้เหล็กสยาม ตั้งคำถามว่า แบบโครงสร้างถนน ที่จะทำบริเวณจุดตัดแยกกองทราบ ใช่แบบและวิธีการเดิมของทางหลวงที่มีการบดอัดหรือไม่ หรือเป็นวิธีการใหม่ ที่ไม่กระทบต่อระบบราก หากเป็นไปได้จำเป็นมากที่จะต้องทำ วันนี้ผลการศึกษาทราบหรือยัง ว่าแต่ละต้นมีรัศมีของรากเท่าไหร่ จะเป็นต้องรู้อย่างมาก ผู้ที่นำมาอ้างว่าเป็นที่ปรึกษาอยากให้เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญและมีความรู้จริงๆ เรื่องนี้เรื่องใหญ่มาก ซึ่งจะต้องถึงผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะมีกฎหมายคุ้มครอง

นายพิเชษฐ์ ตัณติโรจนกุล ตัวแทนจากสภาลมหายใจเชียงใหม่ ได้แสดงความกังวล พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การศึกษาที่ผ่านมา จะส่งผลกระทบต่อต้นยางนาต้นไหน และจำนวนกี่ต้น เหตุใดข้อมูลจำนวนต้นที่จะได้รับผลกระทบ จากบริษัทที่ปรึกษาฯ กับทางสมาคมยางนาฯ ถึงยังไม่ตรงกัน จะส่งผลกระทบอย่างไร และมีวิธีป้องกันหรือหลีกเลี่ยงหรือไม่ โดยอยากให้มีการศึกษาเพิ่มเติมและใช้วิธีที่เหมาะสมที่สุด

นายฤทธิชัย วุ้นศิริ ผู้ชำนาญการด้านสิ่งแวดล้อม ตัวแทนบริษัทที่ปรึกษาฯ ระบุว่า ได้ให้ความสำคัญกับแยกนี้เป็นพิเศษตั้งแต่เริ่มต้นศึกษา และทราบดีว่าอยู่ในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม โดยยอมรับว่าอาจจะยังไม่รับข้อมูลที่ครบถ้วน ซึ่งพร้อมจะเป็นรับทุกข้อเสนอแนะ ไปปรับปรุงแก้ไข โดยเฉพาะจากกลุ่มอนุรักษ์ฯ ที่ทำงานในพื้นที่ ส่วนข้อกังวลผลกระทบที่จะเกิดทั้ง 24 ต้น ยอมรับว่าอาจจะมีผลกระทบทางอ้อมอยู่บ้าง แต่จะให้เกิดน้อยที่สุดภายใต้ข้อจำกัด ซึ่งบริษัทฯ มีแผนนัดหารือกับกลุ่มอนุรักษ์ฯและภาคประชาชนในพื้นที่ ในต้นเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ เพื่อหารูปแบบการก่อสร้างที่ดีที่สุด ก่อนจะเข้าเสนอต่ออธิบดีกรมหางหลวงเป็นกรณีพิเศษต่อไป

ก่อนจบเวทีซักถามและให้ข้อเสนอแนะ อาจารย์บรรจง สมบูรณ์ชัย นายกสมาคมยางนา-ขี้เหล็กสยาม ได้ยื่นหนังสือแสดงความกังวล และข้อเสนอ ต่อตัวแทนบริษัทที่ปรึกษาฯ พร้อมกับระบุว่า ยังได้ส่งหนังสือเดียวกัน ถึงอธิบดีกรมทางหลวงให้รับทราบด้วยแล้ว และก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา ยังได้เข้ายื่นหนังสือ ต่อนายเอกนรินทร์ จินทะวงค์ ผู้อํานวยการแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 ขอให้มีการ ชะลอการก่อสร้างโครงการฯออกไปก่อน และขอให้ชี้แจงรายละเอียดโครงการฯ จนกว่าจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของอนุกรรมการกำกับดูแลและติดตามผลการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ซึ่งการดําเนินการใดๆ จะต้องปฏิบัติตามมาตรการที่เกี่ยวข้องกับประกาศกระทรวงฯ เท่านั้น

รายงานเบื้องต้นแจ้งว่า ทางบริษัทที่ปรึกษาฯ มีแผนนัดหมายพูดคุยกับภาคประชาชน และกลุ่มอนุรักษ์ในพื้นที่ ในวันที่ 9 กรกฎาคม ขณะเดียวกัน ภาคประชาชน จะนำเข้าหารือ ต่อที่ประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลฯ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธาน ในวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2563

สำหรับการสำรวจและออกแบบปรับปรุง ทางหลวงหมายเลข 108 จุดตัดทางหลวงหมายเลข 1006 มีเป้าหมาย เพื่อแก้ไขการจราจรหนาแน่น ซึ่งมีปริมาณรถ 10,000-20,000 คันต่อวัน ซึ่งส่งผลให้บางช่วงเวลา รถติดขัดเป็นระยะทางยาว ขณะเดียวกันยังเป็นการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงเพื่อรองรับการเดินทางในอนาคต โดยไม่จำเป็นต้องเข้าตัวเมืองเชียงใหม่

เว็บไซต์โครงการฯ : http://www.highway121interchange108-1006.com/

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin