สภาลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

11 อปท. เมืองเชียงใหม่ ผนึกกำลัง สู้ฝุ่นควัน 65

การพูดคุยหารือ กับ 11 อปท. เมืองเชียงใหม่ เพื่อรับฟัง หารือข้อตกลงการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากฝุ่นควัน และแนวทางความร่วมมือสู้ฝุ่นควันปี 2565 ที่ผ่านมา นับเป็นเวทีแลกเปลี่ยน แบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา เพื่อจะเป็นสะพานเชื่อมร้อยความร่วมมือของอปท. ซึ่งอยากจะเห็นความร่วมมือที่เกิดขึ้น ที่ใช่มีแค่สภาลมหายใจ และอปท. แต่อยากให้เกิดความร่วมมือ ระหว่าง อปท. กับ อปท. ช่วยกันแก้ปัญหาฝุ่นควัน โดยที่เห็นปัญหาเดียวกัน และ มองทางออกร่วมกัน  ถือเป็นครั้งแรกๆ ที่ได้มาร่วมกันถอดบทเรียนของระดับผู้ปฏิบัติการ

การพูดคุยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม 3 วัน ประกอบด้วย กลุ่มแรก เทศบาลนครเชียงใหม่ เทศบาลตำบลสุเทพ เทศบาลตำบลช้างเผือก เทศเมืองแม่เหียะ (กลุ่มเทศบาลใจกลางเมือง)

กลุ่มที่สอง เทศบาลตำบลหนองหอย เทศบาลตำบลท่าศาลา เทศบาลตำบลป่าแดด และตำบลท่าวังตาล (กลุ่มเทศบาลทิศใต้)

และกลุ่มที่สาม เทศบาลตำบลสันผีเสื้อ เทศบาลหนองป่าครั่ง และเทศบาลตำบลฟ้าฮ่าม (กลุ่มเทศบาลทิศเหนือ)

สิ่งที่เห็นได้ชัดเจน หลังจากการพูดคุยครั้งแรกของ กลุ่มเทศบาลใจกลางเมือง คือ อปท.แต่ละแห่ง ล้วนมีแผนบริหารจัดการฝุ่นควันที่ต่างกันไป ทั้งที่อยู่ใกล้เคียงกัน หรือติดกัน บางแห่งทำตลอดทั้งปี บางแห่งทำเฉพาะในช่วงวิกฤติ หลายแห่งมีแนวความคิดหลายเรื่อง แต่ยังไม่เคยทำ และอยากจะทำ

กลุ่มเทศบาลใจกลางเมือง : ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า แม้เกือบทั้งหมดไม่มีพื้นที่ติดกับป่า แต่การทำงานในภาคเมืองเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ จำเป็นจะต้องเดินไปในทิศทางเดียวกันด้วย โดยเฉพาะการสื่อสารรณรงค์ ไปพร้อมๆการขับเคลื่อนด้านต่างๆ  มีการเสนอให้​ อปท.​กับ​สภา​ลมหายใจ​ฯ​ หารือและตั้งเป็นกรรมการร่วม ในการวางแผนการบริหารจัดการพื้นที่เขตอุทยานฯ ​และรอบอุทยานดอยสุเทพ​ และแก้ปัญหาฝุ่นควันในพื้นที่เมือง และเสนอให้กิจกรรม​ Kick off​ ของ 11 อปท.​ ในช่วงเทศกาลลดฝุ่น​ควัน​ พร้อมกับสภา​ลมหายใจ​เชียงใหม่

กลุ่มเทศบาลทิศใต้ : มองเห็นลักษณะพื้นที่เหมือนกัน และมีปัญหาที่คล้ายๆกัน คือ ปัญหาการเผาในที่โล่ง การทิ้งขยะพื้นที่รกร้างไม่มีคนดูแล เป็นพื้นที่แปลงใหญ่ ซึ่งในตัวเมืองมีพื้นที่แบบนี้ค่อนข้างเยอะ และจะมีการบริหารจัดการพื้นที่ตรงนี้อย่างไร ในการแก้ไขปัญหา และการจัดการพื้นที่สีเขียว ต้นไม้ใหญ่ริมทางสัญจร ยังคงเป็นปัญหาก่อเกิดอุบัติเหตุ สร้างความเสียหาย

อปท.บางแห่ง ได้ดำเนินการในการแก้ไขปัญหา จัดเก็บคัดแยกขยะ ใบไม้กิ้งไม้ เศษอาหาร นำไปลงหลุม ฝังกลบ แต่พื้นที่การฝังกลบขยะเองก็มีพื้นที่จำกัด หรือการทำใบไม้อัด ขยะอัด รวมไปถึงการสนับสนุนคัดแยกขยะและทำปุ๋ยหมัก เพื่อให้ชาวบ้านเข้าโครงการขยะแลกปุ๋ย

และหนึ่งในข้อคิดเห็นที่น่าสนใจ และมีความเป็นไปได้ คือการแก้ปัญหาระบบขนส่งมวลชน การใช้รถไฟฟ้า การรณรงค์การสร้างความตระหนักรู้ ให้แก่ชาวบ้านในชุมชน และอยากได้แนวทางที่ชัดเจนและเดินไปในทิศทางเดียวกัน

กลุ่มเทศบาลทิศเหนือ : ได้สะท้อนปัญหา การรับรู้ของชาวบ้าน ต้นต่อสาเหตุการเกิดฝุ่นควัน แหล่งกำเนิดฝุ่นควัน Pm2.5 มาจากไหน ยังขาดความรู้ และชาวบ้านยังมีวิถีชีวิตแบบเดิม คือ เผากิ่งไม้ใบไม้ช่วงเวลาตอนเช้าทุกเช้า อยากจะให้มีการชี้แจ้งให้ความรู้แก่ชาวบ้าน รวมไปถึงเกษตรกรในพื้นที่ๆมีความจำเป็นต้องกำจัดเชื้อเพลิง และเตรียมแปลง ด้วยวิธีการเผา ว่าช่วงไหนเผาได้ช่วงไหนเผาไม่ได้ ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลการเกษตร ในการทำงานที่ผ่านมาบางเทศบาล ก็ได้มีการสนับสนุนในการการไถ่กลบต่อซังข้าว เพื่อลดพื้นที่การเผา

หลายคนนำเสนอความคิดเห็น ว่าอยากจะให้เกิดรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นการนำเอามาใช้ในเรื่องการท่องเที่ยวในชุมชน เพิ่มศักยภาพชุมชน หรือว่ามีการติดต่อภายใน ระหว่างเทศบาลกับเทศบาลหรือเทศบาลหน่วยงานราชการ ที่อยู่ใกล้เคียงกัน โดยมองว่าจะช่วยลดมลพิษจากเครื่องยนต์ควันดำได้

สิ่งที่เห็นเพิ่มขึ้นมา นอกจากที่ตั้งไว้ คือ ตัวระเบียบข้อบัญญัติของทางเทศบาล ของหน่วยงานท้องถิ่นเอง ที่ยังเป็นปัญหาคอขวดอยู่ ในการจัดการปัญหาฝุ่นควันที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้ากาก เรื่องการส่งเสริมให้มีรถไฟฟ้าไว้ใช้ในเทศบาลเอง ตัวข้อบัญญัติมันไม่ได้เอื้อให้เทศบาลสามารถ เข้าไปมีส่วนในการบริหารจัดการหรือลดฝุ่นควันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลายพื้นที่มองเห็นปัญหา อยากจะทำอยากจะช่วยกันแก้ไขปัญหา แต่กฎหมายยังเดินตามกลไกของเวลาของบริบทของเมือง มันยังไปไม่ถึงและไม่เท่าทัน แต่ฝ่ายจึงส่งเสียง สิ่งที่ได้มีการพูดคุยกันว่ามันจะมีวิธีการไหนบ้าง? ที่เสียงของเทศบาล ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลใจกลางเมือง หรือเทศบาลปริมณฑลเทศบาลที่รอยต่อระหว่างเมืองกับชนบท ออกมาเห็นพ้องต้องกัน ได้เห็นความซ้ำความเหมือนและความคล้าย แล้วเป็นภาพรวมเสียงสะท้อนของ อปท. ทั้งหมดในพื้นที่เขตเมืองเชียงใหม่ 3 วันนี้มันน่าจะเห็นการเคลื่อนในการพยายามที่จะพัฒนา การปรับปรุงข้อบัญญัติท้องถิ่นให้สอดคล้องกับบริบทของคนในพื้นที่กับปัญหาในพื้นที่ให้มากขึ้น

การรวม อปท.ในเขตเมือง เข้ามาในเวทีเดียวกัน ได้นำเสนอปัญหาพร้อมๆกันและแก้ปัญหาไปในทิศทางเดียวกันมันจะเป็นการที่จะแก้ที่ถูกจุดและเป็นการบูรณาการการทำงานได้ดีเพราะถ้าต่างคนต่างทำต่างคนต่างทำพื้นที่ใกล้เคียงกันแต่ทำกันคนละแบบ ก็อาจจะทำให้งานไม่มีความต่อเนื่องและราบรื่น หรือแก้ปัญหาไม่ได้ แต่ถ้ามีเวทีในการพูดคุยและแก้ปัญหาร่วมกันแบบนี้ มองว่าการแก้ปัญหาได้ดีแน่นอน โดยเฉพาะสภาลมหายใจเชียงใหม่ที่จะเป็นตัวเชื่อมทั้งมุมวิชาการและเชื่อมความร่วมมือจากทั้ง อปท. 11 แห่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ทำงานร่วมกัน ทำเพื่อที่จะทำให้การการแก้ปัญหาฝุ่นควัน มีเอกภาพ

สภาลมหายใจเชียงใหม่ พร้อมจะเชื่อมคนในระดับปฏิบัติการ ให้ได้มีแนวทางและมีความเข้าใจกัน ทั้งข้อมูลและข้อจำกัดการทำงาน จนนำไม่สู่ความพยายามในการแก้ไข เปลี่ยนแปลง พัฒนานโยบายสาธารณะ ที่จะเชื่อมไปถึงอำนาจรัฐ ตามโครงสร้างการปกครองที่มีอยู่ และเชื่อมไปสู่สาธารณะ คือประชาชนในเขตเมือง ให้ได้รับรู้ และร่วมกันแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน ซึ่งเชื่อว่าเมื่อถึงจุดนี้ได้ นอกจากจะทำให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น กว่าต่างคนต่างทำ บ้านใครบ้านมัน ถ้าเกิดความร่วมมือกันแบบนี้ ก็น่าจะเป็นภาพที่ทุกคนอยากเห็น

#เพื่อลมหายใจเชียงใหม่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin